วันเสาร์ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2569

ทำไมคุณถึงดมกลิ่นหอมชาได้ไม่เป็นตามที่นักชงชากล่าวอ้าง

 


     ในก๊วนชาหนึ่ง กำลังชิมลิ้มรสใบชาตัวเทพ (ระดับราคา กก.ละตัวเลข 6 หลัก) หลังได้ชงใบชาน้ำที่ 4 ซึ่งน่าจะได้น้ำชาที่พีคที่สุด เมื่อนักชงชาดื่มน้ำชาเข้าปากสักครู่แล้วเปรยขึ้นว่า : “น้ำชานี้มีกลิ่นกล้วยไม้, กลิ่นลูกพีชฉ่ำ, กลิ่นน้ำผึ้งหวาน, ฉงเว่ย (枞味--กลิ่นรสพิเศษเฉพาะของชาเหล่าฉงที่มีอายุต้น 50+ ปี).....”


     ในขณะที่คุณร่วมดื่มชาในก๊วนนี้ด้วย ขอถามตรงๆว่า :

     - คุณได้รับรู้สึกมีกลิ่นหอมในน้ำชาหรือไม่?

     - ถ้ารับรู้ได้ถึงกลิ่นหอม คุณสามารถจำแนกโน้ตกลิ่นออกมาได้หรือไม่?

     - โน้ตกลิ่นที่คุณจำแนกออกมา เป็นกลิ่นหอมชนิดเดียวกันกับนักชงชาที่กล่าวไว้หรือไม่? หรือแตกต่างกับคอชาคนอื่นหรือไม่?


     กลิ่นหอมในชาเกี่ยวพันกับสารกลิ่นหอมระเหยหลายร้อยชนิด กล่าวโดยทั่วๆไป องค์ประกอบของกลิ่นหอมชนิดหนึ่ง โทนหลักประกอบด้วยโมเลกุลสารกลิ่นหอมไม่กี่ชนิด ส่วนโมเลกุลชนิดอื่นๆเป็นตัวเสริมให้โน้ตกลิ่นที่เป็นตัวหลักโดดเด่นขึ้นมา

     กลิ่นหอมจึงมีคุณลักษณะทั้งพิเศษเฉพาะและสลับซับซ้อนประการฉะนี้


     เส้นทางการรับกลิ่น :

     > เริ่มต้นเมื่อโมเลกุลกลิ่นผ่านช่องจมูกไปละลายในเยื่อเมือก

     > กระตุ้นเซลล์ประสาทรับกลิ่น (Olfactory receptor cells) ที่เยื่อบุผิวรับกลิ่น (Olfactory epithelium) 

     > ส่งสัญญาณประสาทผ่านป่องรับกลิ่น (Olfactory bulb)

     > เดินทางผ่านเส้นประสาทสมองคู่ที่ 1 (Olfactory tract)

     > ไม่ผ่านทาลามัส (Thalamus) ในสมองส่วนกลาง 

     > ตรงสู่ระบบลิมบิก (Limbic system) โดยตรง : กลิ่นถูกประมวลผลที่โครงสร้าง Amygdala (อารมณ์) และ Hippocampus (ความจำ) ทำให้จดจำกลิ่นได้และเกิดความรู้สึก 

เส้นทางการรับกลิ่น : โมเลกุลกลิ่น/气味 → ช่องจมูก/鼻腔 → เซลล์ประสาทรับกลิ่น/嗅毛感受器 → ป่องรับกลิ่น/嗅球 → ระบบลิมบิก/边缘系统
▲ระบบประสาทสัมผัสทั้งหมดยกเว้น “การรับกลิ่น/嗅觉” เพียงหนึ่งเดียวที่ไม่ต้องผ่านสถานีถ่ายทอดสัญญาณ “Thalamus/丘脑” โดยได้รับ “สิทธิพิเศษ” ที่เชื่อมต่อกับสมองใหณ่โดยตรง 

▲“การรับกลิ่น/嗅觉” และ “ระบบลิมบิก/边缘系统 (Amygdala/杏仁核, Hippocampus/海马体)” มีการเชื่อมต่อกันโดยตรงเป็นกรณีพิเศษ นี้จึงเป็นการอธิบายได้ว่า ทำไมกลิ่นหอมจึงสามารถปลุกอารมณ์และความทรงจำอันแรงกล้าให้เกิดขึ้นอย่างทันทีทันใด


     เส้นทางการรับกลิ่นลักษณะนี้หมายความว่า :

     - การรับกลิ่นกับระบบอารมณ์, ความทรงจำจะดำรงการเชื่อมต่อกันโดยตรง

     - การรับรู้กลิ่นเป็นกระบวนการทางประสาทในรูปแบบที่ขึ้นอยู่กับประสบการณ์

     - พูดอีกนัยหนึ่ง Flavor มิใช่ “ดื่มได้มา” เป็นรูปแบบแบบแผนที่ถูกสมอง “จำแนกแล้วสร้างขึ้น


     Flavor อยู่ใน “เชิงนามธรรม” ที่มิใช่เป็นอคติทางความคิด (Cognitive Bias) แต่ถูกกำหนดโดยโครงสร้างระบบประสาท

     โมเลกุลสารกลิ่นหอมชนิดเดียวกัน สำหรับต่างคนแล้วอาจรู้สึกได้แตกตต่างกันอย่างสิ้นเชิง

     ยีนของเซลล์รับกลิ่นที่รับผิดชอบในการถอดรหัสในระบบการรับกลิ่น ภายใต้ความแตกต่างระหว่างบุคคล, เบื้องหลังวัฒนธรรม, ประสบการณ์, สภาวะทางอารมณ์ จะเปลี่ยนไปต่อเส้นทางความเข้าใจของ Flavor กลิ่นรสเดียวกัน


     ภายใต้กลไกลักษณะนี้ การพรรณนาโดยภาษา Flavor ของธุรกิจชาแบบดั้งเดิม สำหรับคอชาใหม่แล้วบ่อยครั้งมากที่ “ไม่สามาถอกรหัส” ได้ เนื่องเพราะขาดซึ่งพื้นฐานความรู้และคลังเก็ษความทรงจำของการรับกลิ่นมาหนุนนำ



เอกสารอ้างอิง:

1. 为什么你闻不到茶艺师说的那些茶香?http://xhslink.com/o/3Ng5brLNz2L

กลิ่นรสของชาหนึ่งจอก


     ในวิทยาศาสตร์ประสาทสัมผัส “กลิ่นรส (Flavor)” มิใช่มาจาก “รสชาติ (Taste)” ซี่งส่วนใหญ่ก่อเกิดขึ้นจาก “กลิ่น (Aroma)” 


     นี้ทำให้นึกถึงปัญหาหนึ่งขึ้นมา : บรรดานักชิมกาแฟ, ชา, ไวน์, อาหาร ที่แท้เป็นการอาศัยลิ้นหรือจมูกกันแน่ที่ “ชิม” กลิ่นรสอันสลับซับซ้อนนี้ออกมา? 


     ในขณะที่พวกเราดื่มชาหรือลิ้มรสอาหาร การรับรู้ถึง “กลิ่นรส” ได้จากการประสานกันในการตอบสนองต่อสิ่งเร้าผ่านระบบประสาทสัมผัสทั้ง 3 :


1/ การรับรส (Taste) :

• ลิ้นคนเราเพียงสามารถแยกแยะ 5 รสพื้นฐาน : หวาน, เปรี้ยว, เค็ม, ขม, อูมามิ

• รสชาติก็เสมือนกับ “เสียงเบสฉากหลัง” ของเพลง เป็นเสียงทุ้มต่ำพื้นๆ แต่ไม่สามารถไม่มีหรือขาดหายไป 

▲• 5 รสพื้นฐาน : เค็ม/, เปรี้ยว/, หวาน/, ขม/, อูมามิ/
    • “แผ่นที่การรับรสบนลิ้น” เป็นการเข้าใจผิดโดยตลอด ความเป็นจริงทั่วบริเวณของลิ้นล้วนสามารถรับรู้ 5 รสพื้นฐานนี้ได้ เพียงมีความอ่อนไหวที่แตกต่างกัน
    • รส “เผ็ด/” ที่แท้มันไม่ใช่รสชาติ แต่เป็นความรู้สึกเจ็บปวด (การกระตุ้นเชิงเจ็บปวด) รส “ฝาด/” เป็นความรู้สึกสัมผัส พวกมันไม่ถือเป็นเป็นรสชาติพื้นฐาน

2/ การดมกลิ่น (Smell) :

   • “กลิ่นรส” ที่แท้จริง ส่วนใหญ่มาจากการดมกลิ่น

   • อาทิเช่น “กลิ่นรสลูกพีช” ในกาแฟ มิใช่มีลูกพีชผสมอยู่ในกาแฟ แต่เป็นเพราะโมเลกุลเคมีในกาแฟที่มีกลิ่นเสมือนลูกพีช (เช่น γ-Decalactone) ไปกระตุ้นเซลล์ประสาทรับกลิ่น เกิดเป็นกระแสประสาทส่งไปยังสมองแล้วจะแปลข้อมูลและจำแนกกลิ่น ทำให้คิดเชื่อมโยงถึง “ลูกพีช

   • “กลิ่นรส” จึงเหมือนกับ “ท่วงทำนองและฮาร์โมนี” ในดนตรีที่สลับซับซ้อนและเต็มเปี่ยม 

▲“การได้กลิ่นด้านหลังจมูก/鼻后嗅觉” ผสมผสานกับ “การรับรส/味觉” เกิดการรับรู้สึกที่น่าหลงใหลที่สุดของการชิมลิ้มรสชาติ--กลิ่นรส/风味 


3/ ประสาทสมองสามแฉก (Trigeminal nerve) :

   • รับรู้ความรู้สึกของเนื้อสัมผัส (Texture : หนา, บาง, หนัก, หนืด, ลื่น)

   • รับรู้ความรู้สึกจากการกระตุ้นทางเคมี (เผ็ด, ชา, เย็น, ฝาด)

   • รับรู้ความรู้สึกอุณหภูมิ (ร้อน, อุ่น, เย็น) 

▲ประสาทสมองสามแฉก/三叉神经


     สมองจะนำสัญญาณเนื้อสัมผัสจากประสาทสมองสามแฉก, สัญญาณรสชาติจากการรับรส, สัญญาณกลิ่นหอมจากการดมกลิ่น เหล่านี้มาบูรณาการ แล้วประมวลผลออกมาเป็น “กลิ่นรส” ที่พวกเรารับรู้ได้โดยองค์รวมจากชาจอกหนึ่ง 

▲โครงสร้างของ “กลิ่นรส (Flavor)” ในน้ำชา : รสชาติจากการรับรส/味觉 + เนื้อสัมผัสจากการสัมผัส/触觉 + กลิ่นหอมจากการดมกลิ่น/嗅觉


     การเป็นนักชิมอาหารหรือซอมเมอลิเยร์โดยอาศัยอะไร?

     พวกเขามิเพียงแค่มี “ความอ่อนไหวในการรับรสที่ดี” ยังต้องมี :

     • ประสาทการรับกลิ่นที่ไว : สามารถสัมผัสถึงโมเลกุลสารกลิ่นหอมระเหยได้ยิ่งมาก

     • คลังเก็ษความทรงจำของสมองที่ใหญ่โต : สามารถนำกลิ่นหอมที่เป็นนามธรรม คิดเชื่อมโยงถึง “บลูเบอรี”, “ถั่วเปลือกแข็ง”, “คาราเมล” ฯลฯ

     • ความสามารถในการพรรณนาแจกแจงได้ดี : สามารถนำความรู้สึกที่เป็นนามธรรม แปลออกมาเป็นคำศัพท์เชิงมาตรฐานเฉพาะของกลิ่นรส


     นี้จึงเป็นสาเหตุที่ทำไมในน้ำซุปถ้วยหนึ่ง นักชิมอาหารสามารถ “ชิม” รสสาหร่ายทะเล, อัลมอนด์, ครีมเนย ออกมาเป็นลำดับชั้นได้

     หัวใจสำคัญในการตัดสินของการเป็นนักชิม ไม่ใช่ลิ้น แต่เป็นจมูกและสมอง



เอกสารอ้างอิง:

1. 原来90%的味道, 都是靠鼻子感受到的?http://xhslink.com/o/1YzcCG8dAp3

2. 为什么你闻不到茶艺师说的那些茶香?http://xhslink.com/o/3Ng5brLNz2L