วันพุธที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2568

“สมดุลทางปรัชญา”ของอนุมูลอิสระ | พูดคุยอย่างบันเทิงใจต่อสรรพคุณทางการต้านอนุมูลอิสระของชาสุกผูเอ่อร์



        มาจะกล่าวบทไป ต่อเพื่อนชาทั้งหลายที่เสพสมการดื่มชา และที่ออกกำลังกายเป็นประจำเพื่อสุขภาพ แต่เมื่อทำการ“เบิร์น”อย่างหักโหมมิใช่ว่าจะดีต่อสุขภาพ

        ในขณะที่ทำการ“เบิร์น”ในทิศทางที่เหมาะสม ผ่อนคลายการเดินให้ช้าลงแล้วถามหาความตั้งใจ รักษาสมดุลของร่างกายและจิตใจ บางทีจึงเป็นแก่นแท้ของการมีสุขภาพดี

        ชาสุกผูเอ่อร์ผ่านเทคโนโลยีการหมักกองประดิษฐ์ ชาพันธุ์ใบใหญ่อวิ๋นหนานที่ห้าวหาญเข้มข้นได้รับปรับสมดุลให้หนานุ่มหนืดลื่น ภูมิฐานอ่อนโยน หลังชาสุกคำหนึ่งไหลลื่นลงคอเข้าไปในร่างกายพวกเรา ฉากหนึ่งของ“สมดุลทางปรัชญา”ของอนุมูลอิสระก็ได้เริ่มขึ้นแล้ว


        • อนุมูลอิสระกับการเผาผลาญและการออกซิไดซ์


        ผู้คนที่พอมีความรู้ทางเคมีล้วนต้องเข้าใจว่า : ปรากฏการณ์การเผาผลาญ โดยเนื้อแท้เป็นกระบวนการออกซิเดชั่นที่รุนแรง การเผาผลาญนำพามาซึ่งความร้อนและแสงสว่างที่ให้ความอบอุ่นต่อผู้คน แต่สารตั้งต้นก็จะถูกทำให้สูญเสีย กระทั่งถูกกลืนกินอย่างรวดเร็ว

        อันโคลงกลอน “ตัวไหมสิ้นใจจึ่งสิ้นสุดสายใย/春蚕到死丝方尽. เปลวเทียนดับมอดน้ำตาจึ่งแห้งเหือด/蜡炬成灰泪始干” ที่นักกวียุคสมัยถัง หลี่ซางเหยิ่น(李商隐 , C 813-858) ได้บ่นเศร้าโศกไว้ ก็คือการเผาไหม้เป็นปรากฏการณ์ที่ปกติทั่วไป : บั้นปลายชีวิตของเทียนเล่มหนึ่งที่กำลังเผาไหม้ ก็คือการกลายเป็นเถ้าธุลีหายเข้าไปในฝุ่นละออง

        แล้วย้อนกลับมาดูพวกเราทุกๆคน ที่แท้ก็คือเทียนเล่มหนึ่งที่กำลังเผาไหม้ เผาไหม้อย่างไม่หยุดหย่อน และก็เกิดปฏิกิริยาออกซิเดชั่นอย่างไม่หยุดหย่อน


        กระบวนการออกซิเดชั่นโดยทั่วๆไปเป็นปรากฏการณ์ทางสรีรวิทยาที่ปกติของร่างกายคนเรา แต่ถ้าหากการออกกำลังกายมากเกินไป อุปนิสัยการกินอาหารและการดำเนินชีวิตที่ไม่ดี และสภาพแวดล้อมภายนอกที่เลวร้าย ก็จะก่อเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชั่นที่มากและเร็วเกินไป นำไปสู่ร่างกายเกิดการแก่ก่อนวัย โรคอัลไซเมอร์ การกลายพันธุ์ของยีน เป็นต้น

        อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นการเผาไหม้ของเทียน ไม้ ก๊าซหุงต้ม กระดาษ เป็นต้นที่เป็นเชื้อเพลิง หรือเป็น“การเผาผลาญ”ทางการสันดาป (Metabolism) ทั่วไปในร่างกายคนเรา ที่แท้ล้วนมีการเกี่ยวข้องที่แยกกันไม่ออกกับสารที่เรียกขานว่าอนุมูลอิสระ


        อนุมูลอิสระ อาจมีคนเป็นจำนวนมากเคยได้ยินมาแล้ว โดยเฉพาะได้ถูกค้นพบในการศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ อนุมูลอิสระที่เกิดขึ้นภายในร่างกายคนเราก็คือต้นเหตุแห่งความชราภาพของพวกเรา ถ้าอย่างงั้น อนุมูลอิสระคืออะไร?


        อนุมูลอิสระ (Free Radicals) เป็นสารที่มีโมเลกุลที่มีอิเล็กตรอนโดดเดี่ยวไม่ครบคู่อยู่ 1 ตัว ทำให้เป็นโมเลกุลที่ไม่เสถียร พร้อมที่จะทำปฏิกิริยาด้วยการไปดึงอิเล็กตรอนจากโมเลกุลอื่น ๆ เพื่อให้ตัวมันเองเสถียรอยู่เสมอ ซึ่งเมื่อมันอยู่ในร่างกายของเรามันจะไปดึงเอาอิเล็กตรอนจากเซลล์หรือโมเลกุลอื่น ๆ ในร่างกาย ทำให้เกิดความเสียหาต่อเซลล์ที่สูญเสียอิเล็กตรอนไป

▲อนุมูลอิสระแย่งชิงอิเล็กตรอนจากเซลล์ทั่วไป 

        ภายในร่างกายคนเรา สาเหตุการสูญเสียอิเล็กตรอนของสารมีมากมาย แต่ที่สำคัญที่สุดก็คือถูกอนุมูลอิสระตัวอื่นแย่งชิงไป ซึ่งกระบวนการแย่งชิงอิเล็กตรอนแบบนี้ก็คือการออกซิไดซ์ 

▲เซลล์สุขภาพดีถูกอนุมูลอิสระทำร้ายแล้วเกิดการออกซิไดซ์ (氧化作用)


        • ชาสุกผูเอ่อร์กับการขจัดอนุมูลอิสระกับการต้านอนุมูลอิสระ


        ปฏิกิริยาออกซิเดชั่นภายในร่างกายคนเราจะเกิดขึ้นตลอดเวลา การหายใจทุกครั้ง การออกกำลังกายทุกครั้ง การรับประทานอาหารทุกครั้งของคนเราล้วนส่งเสริมกระตุ้นปรากฏการณ์ออกซิไดซ์

        เมื่อเป็นเช่นนี้ ไฉนพวกเราจึงต้องมาทำการต้านอนุมูลอิสระ? แล้วทำไมชาสุกผูเอ่อร์สามารถต้านอนุมูลอิสระได้เล่า?


        จากการอธิบายตามข้างต้น สามารถพบเห็นได้ว่า อนุมูลอิสระที่ก่อเกิดขึ้นที่แท้ก็คือสภาวะของอิเล็กตรอนที่มีเสถียรภาพและสมดุลแล้วถูกทำลาย


        จุดกำเนิดที่สำคัญของอนุมูลอิสระในร่างกานคนเรามีอยู่ 2 ด้าน :


        1/ อนุมูลอิสระที่เกิดในร่างกายคนเราเอง เป็นผลจากกระบวนการการเผาผลาญอาหารที่ปกติในร่างกายคนเรา


        2/ อนุมูลอิสระที่มาจากภายนอกร่างกาย ซึ่งก็คืออนุมูลอิสระที่ก่อเกิดขึ้นจากผลกระทบของปัจจัยภายนอก อาทิเช่นเมื่อพวกเราอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีรังสี ไอเสียรถยนต์ หมอกควัน ฝุ่น PM2.5 เป็นต้นที่เป็นโทษต่อร่างกาย หรืออาหารผ่านการทอดด้วยน้ำมัน เครื่องดื่มแอลกอฮอล์และควันบุหรี่ที่เสพเข้าร่างกายในปริมาณมาก ที่ล้วนทำให้ร่างกายคนเราเกิดอนุมูลอิสระเป็นจำนวนมาก

        โดยเฉพาะควันบุหรี่ จากการศึกษาของนักวิชาการ เป็นจุดกำเนิดภายนอกที่ก่อเกิดอนุมูลอิสระมากที่สุดสาเหตุหนึ่ง 

▲จุดกำเนิดของอนุมูลอิสระ


        ในสภาวะที่ปกติ ในร่างกายคนเราจะเกิดอนุมูลอิสระ และก็ดำรงไว้ซึ่งสารต่างๆที่สามารถขจัดอนุมูลอิสระหรือยับยั้งปฏิกิริยาของอนุมูลอิสระ โดยทั่วไปเรียนขานกันว่าสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น เอนไซม์ซุปเปอร์ออกไซด์ดิสมิวทาส (Superoxide Dismutase ; SOD) เอนไซม์กูลตาไธโอนเพอร์ออกซิเดส (Glutathione Peroxidase) เมลาโทนิน  (Melatonin) กรดยูริก เป็นต้น 

▲สารต้านอนุมูลอิสระให้อิเล็กตรอนแก่อนุมูลอิสระแล้วครบคู่จึงกลายเป็นโมเลกุลที่มีความเสถียร

▲ปฏิกิริยาการต้านอนุมูลอิสระของ SOD


        เพราะฉะนั้น การเกิดขึ้นและดับไปของอนุมูลอิสระในร่างกายคนเราปกติดำรงอยู่ในสภาวะสมดุลแบบไดนามิก ซึ่งปริมาณของอนุมูลอิสระที่เหมาะสมสามารถปรับการเจริญเติบโตและการเพิ่มของเซลล์ กระตุ้นให้เซลล์กลืนกินเชื้อโรค ยังสามารถทำเป็นโมเลกุลถ่ายทอดสัญญาณของระบบประสาท ระบบต่อมไร้ท่อ การหมุนเวียน ภูมิคุ้มกันโรคของร่างกายคนเรา เป็นต้นที่เป็นกิจกรรมทางสรีรวิทยาในร่างกายคนเรา สามารถที่จะกล่าวได้ว่ามีประโยชน์มากมาย


        แต่แล้ว เมื่ออนุมูลอิสระในร่างกายคนเราเพิ่มขึ้นโดยไม่คาดคิด สมดุลแบบไดนามิกลักษณะการเกิดขึ้นและดับไปที่ได้อธิบายข้างต้นก็จะถูกทำลาย อนุมูลอิสระ ณ ขณะนี้อันเนื่องจาก“ภาวะที่ถูกครอบงำ”จึงไปแย่งอิเล็กตรอนของสารอื่นในร่างกาย ต่อจากนี้ก็จะปรากฏการโจมตีอย่างรุนแรง สร้างความเสียหายต่อโครงสร้างและหน้าที่การทำงานของโมเลกุลขนาดใหญ่ของโปรตีน DNA น้ำตาล ไขมัน เป็นต้น 

▲การก่อเกิดอนุมูลอิสระที่มากเกินแล้วไปทำลายโครงสร้างของ DNA

        ความเสียหายของโมเลกุลขนาดใหญ่ค่อยๆสะสม จนทำให้เนื้อเยื่อและอวัยวะของร่างกายเกิดความเสียหาย แล้วนำไปสู่ความผิดทางพยาธิสภาพ เช่น การแก่ก่อนวัย โรคมะเร็ง โรคหลอดเลือดสมอง โรคเบาหวาน ต้อกระจก เป็นต้น


        นับจากนี้ไป “สมดุลทางปรัชญา”ของอนุมูลอิสระในร่างกายคนเราก็ปรากฏตัวออกมาแล้ว

        อนุมูลอิสระแม้ว่าไปทำลายภาวะสมดุลของอะตอมหรือโมเลกุล แต่มิใช่ว่าไม่มีอะไรดีสักอย่าง เพราะยังแบกรับบทบาทที่มีประโยชน์โดยช่วยเหลือร่างกายในการเผาผลาญอาหาร

        อนุมูลอิสระที่มากเกินไปจะทำลายสมดุลทางสุขภาพของร่างกาย แล้วร่างกายคนเราก็จะทำการขจัดอนุมูลอิสระที่เป็นส่วนเกิน เข้าสู่ปฏิบัติการต้านอนุมูลอิสระ ต่อแต่นี้ไปทำให้ร่างกายคนเรารักษาสมดุลทางสุขภาพในอีกภาวะหนึ่ง


        แน่นอน เป็นไปตามความกดดันของชีวิตที่เพิ่มขึ้นเป็นลำดับในยุคสมัยนี้ ทั่วๆไปผู้คนบ่มเพาะนิสัยในการดื่มกินที่ไม่ดีต่อสุขภาพ ภาวะจิตใจที่ยิ่งหงุดหงิดใจร้อน และอาจต้องไปปรากฏอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เลวร้าย ต่างๆนานาเหล่านี้ล้วนเป็นการเพิ่มปริมาณอนุมูลอิสระในร่างกาย

        ทันทีที่สารต้านอนุมูลอิสระตัวเดิมในร่างกายคนเรา“ยุ่งเกินไป” ไม่สามารถขจัดอนุมูลอิสระที่เป็นส่วนเกิน นี่จะเป็นการเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคของพวกเรา

        ณ เวลานี้ พวกเราจำต้องแสวงหา“ความช่วยเหลือจากภายนอก” ซึ่งก็คือสารต้านอนุมูลอิสระจากภายนอก อย่างเช่นวิตามิน สารโพลิฟีนอลส์ สารแคโรทีนนอยด์ สารฟลาโวนอยด์ สารซาโปนิน เป็นต้น


        • ดื่มชาสุกคำหนึ่งสมดุลกายใจ


        เป็นไปตามการพัฒนาของชีวการแพทย์ทางอนุมูลอิสระในยุคปัจจุบัน การเกี่ยวข้องกันของอนุมูลอิสระกับโรคหัวใจ โรคอัลไซเมอร์ และอีกหลายๆโรคยิ่งมายิ่งได้รับความสนใจ เสาะหาสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพและมีความเป็นพิษต่ำ---สารต้านอนุมูลอิสระจากธรรมชาติ การศึกษาวิจัยทางชีวเคมีและเภสัชวิทยาการแพทย์กลายเป็นที่แพร่หลาย

        ชาสุกผูเอ่อร์ที่เพียบพร้อมด้วยศักยภาพของสารต้านอนุมูลอิสระจากธรรมชาติที่โดดเด่น ทำให้กลายเป็นเป้าหมายที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมากจากบรรดานักศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์


        ในไม่กี่ปีมานี้ นักศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ได้เริ่มเจาะลึกการมีฤทธิ์ทางการต้านอนุมูลอิสระของชาสุกผูเอ่อร์ พวกเค้าค้นพบว่า ชาสุกผูเอ่อร์ที่หลังผ่านเทคนิคพัลส์สนามไฟฟ้า (Pulsed Electric Field) สามารถแสดงผลทางการต้านอนุมูลอิสระได้ดียิ่งขึ้น

        ภายใต้สนามไฟฟ้าสูงหมื่นโวลท์ บนผนังเซลล์ของชาสุกผูเอ่อร์จะปรากฏรูพรุนเล็กๆ ทำให้ปริมาณสารที่ชงออกมาในน้ำชาสุกผูเอ่อร์เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ความสามารถในการขจัดอนุมูลอิสระของสารทีโพลิแซ็คคาไรด์และสารทีโพลิฟีนอลส์เพิ่มสูงขึ้นเด่นชัดในภาวะสนามไฟฟ้าที่เหมาะสม 


        ด้านการวิจัยเชิงเปรียบเทียบสาเหตุในแนวตั้ง มีนักวิชาการทำการศึกษาวิจัยผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงของสารองค์ประกอบของชาสุกผูเอ่อร์ที่อายุปีไม่เหมือนกัน และการมีฤทธิ์ทางการต้านอนุมูลอิสระ ค้นพบว่า : ตามอายุปีที่มากขึ้น ปริมาณองค์ประกอบของสารทีโพลิฟีนอลส์ กรดอะมิโนอิสระ สารสีแดงชา (Thearubigins) และ สารสีน้ำตาลชา (Theabrownins) ของชาสุกผูเอ่อร์ที่ชงออกมาล้วนปรากฏแนวโน้มที่ลดลง การเปลี่ยนแปลงปริมาณองค์ประกอบของ สารสีเหลืองชา (Theaflavins) จะไม่เด่นชัด ส่วนปริมาณองค์ประกอบของคาแฟอินแสดงการเปลี่ยนแปลงในลักษณะคลื่น


        นี่ก็หมายความว่า ชาสุกผูเอ่อร์หลังผ่านการจัดเก็บมาเป็นแรมปีแล้ว การเปลี่ยนแปลงทางพัฒนาการของสารองค์ประกอบจะมีความสลับซับซ้อน แม้ว่าสารองค์ประกอบของสารทีโพลิฟีนอลส์ กรดอะมิโน สารสีแดงชา ที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่สำคัญแสดงแนวโน้มที่ลดลง แต่ก็ไม่สามารถอ้างอิงตามนี้แล้วสรุปชาสุกผูเอ่อร์ที่อายุปียิ่งมากยิ่งมีความสามารถขจัดอนุมูลอิสระก็ยิ่งอ่อน


        ด้านการวิจัยเชิงเปรียบเทียบสาเหตุในแนวนอน มีนักวิชาการผ่านการทดสอบผลการต้านอนุมูลอิสระของชาแดง ชาเขียวและชาสุกผูเอ่อร์ ผลชี้ชัดว่า : ชาต่างชนิดกันชนิดอนุมูลอิสระไม่เหมือนกันจะมีประสิทธิ์ภาพในการขจัดในระดับที่แตกต่างกัน

        แม้นปริมาณสารองค์ประกอบของสารต้านอนุมูลอิสระของชาสุกผูเอ่อร์จะน้อยกว่าชาเขียว แต่ชาสุกผูเอ่อร์ก็ยังมีความสามารถขจัดอนุมูลอิสระซุปเปอร์ออกไซด์ได้ค่อนข้างแรง


        การศึกษาวิจัยรายการนี้ยังบอกกล่าวแก่พวกเราว่า ความเข้มจางของน้ำชาก็มีผลกระทบต่อการต้านอนุมูลอิสระ มิใช่ว่าน้ำชายิ่งเข้ม ปริมาณองค์ประกอบของสารทีโพลิฟีนอลส์จะยิ่งสูง แล้วมีความสามารถในการขจัดอนุมูลอิสระจะยิ่งแรง กลับกันทันใดที่ความเข้มข้นน้ำชาสูงกว่าระดับหนึ่ง ไม่เฉพาะความสามารถขจัดอนุมูลอิสระจะลดลงยังช่วยผลักดันการออกซิไดซ์เพิ่มมากขึ้น 


        พูดให้สั้นเข้า ชาสุกผูเอ่อร์เป็นเครื่องดื่มประจำวันที่มากด้วยสารต้านอนุมูลอิสระธรรมชาติชนิดต่างๆ มีคุณค่าทางสุขภาพที่เด่นชัดมากและโอกาสทางการบริโภคกว้างขวางมาก

        กล่าวสำหรับพวกเราทุกคนแล้ว สรรพคุณทางต้านอนุมูลอิสระของชาสุกผูเอ่อร์นำมาซึ่งสมดุลทางปรัชญารูปแบบหนึ่ง การขาดสมดุลในชีวิตจริง ทั่วๆไปจะนำพามาซึ่งไม่สมดุลทางสุขภาพของร่างกาย ซึ่งไม่สมดุลทางสุขภาพของร่างกายที่แท้ก็แอบซ่อนอนุมูลอิสระที่ไม่สมดุลไว้


        เป็นความโชคดีก็คือ พวกเรามีชาสุกที่อ่อนโยน ดื่มชาสุกคำหนึ่ง รับรู้ได้ถึงน้ำชาที่หอมเข้มนุ่มหนาไหลลื่นลงลำคอเข้าไปในช่องท้อง นำพามาซี่งความอบอุ่นที่ถูกห่อหุ้มอยู่ในกลิ่นชามาเป็นระลอกๆ แล้วก็ในโลกของจุลกายวิภาคศาสตร์ที่พวกเรายากที่จะสัมผัสได้ ชาสุกคำนี้ที่แท้กำลังช่วยพวกเราขจัดอนุมูลอิสระที่มากเกิน ทำให้ร่างกายพวกเรากลับสู่สมดุล

        ทีละเล็กทีละน้อย พวกเราบางทีจะรู้สึกถึงร่างกายผ่อนคลายขึ้นมา มีความกระปรี้กระเปร่า สิ่งรอบตัวก็น่าเอ็นดูขึ้นมา

        พวกเราก็ยังคงเป็นเทียนเล่มที่เผาไหม้อยู่ตลอดเวลา ในเมื่อเปลวไฟเทียนนี้ท้ายสุดต้องดับมอด งั้นทำไงจึงสามารถทำให้พวกเราเผาไหม้ได้ตราบนานเท่านานและก็มีความกระฉับกระเฉงได้เล่า มันจะเป็นการดีมาเติมชาสุกด้วยกันเถอะ

▲ประสิทธิภาพในการต้านอนุมูลอิสระของชาในปริมาณ 300 มล. 
1/ เทียบเท่าไวน์แดงขวดครึ่ง 
2/ เทียบเท่าไวน์ขาว 12 ขวด

▲ประสิทธิภาพในการต้านอนุมูลอิสระของชาในปริมาณ 300 มล. 
3/ เทียบเท่าแอปเปิล 4 ลูก  
4/ เทียบเท่าหอมแดงหัวใหญ่ 5 ลูก

▲ประสิทธิภาพในการต้านอนุมูลอิสระของชาในปริมาณ 300 มล. 
5/ เทียบเท่าน้ำส้มคั้นสด 7 แก้
6/ เทียบเท่าเบียร์ 12 แก้ว



เอกสารอ้างอิง :

1. “自由基的“平衡哲学”|趣谈普洱熟茶抗氧化功效https://m.ipucha.com/show-25-14642.html