แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เวทมนตร์ของเนื้อผสม แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เวทมนตร์ของเนื้อผสม แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

เวทมนตร์ของเนื้อผสม (4)

เวทมนตร์ของเนื้อผสม (4)
ตอน---แปดกรรมวิธีของ “เนื้อผสม” ชาผูเอ๋อร์
拼配的魔力(四)---普洱茶” 拼配”的八种方法



        แปดกรรมวิธีของ “เนื้อผสม” ชาผูเอ๋อร์

        เนื้อผสมของชาผูเอ๋อร์เป็นเทคโนโลยี่ลักษณะเฉพาะทางปัจเจกบุคคล ผลิตภัณฑ์คลาสสิกชาผูเอ๋อร์ทั้งหมด ไม่ว่าเป็นชาเก่าที่ตกทอดมาเกินร้อยปี หรือ “ผลิตภัณฑ์ใหม่” เพียงผ่านมาหลายสิบปี ต่างก็มี ”คุณลักษณะทางชา”(茶性) ที่เป็นอัตลักษณ์ ขอเพียงให้พวกเราได้สัมผัสรับรู้เชิงลึกแล้ว ล้วนสามารถค้นพบความแตกต่างของมัน แม้อาจจะเป็นความแตกต่างเพียงเล็กน้อยมาก ลักษณะความแตกต่างเหล่านี้ถูกครอบงำด้วยลักษณะเฉพาะทางปัจเจกบุคคลอย่างเข้มข้น ทำให้ความรู้สึกทางรสชาติของพวกเราเกิดความทรงจำอย่างลึกซึ้งแล้วมิอาจรู้ลืม ความรู้สึกเช่นนี้ หรือกล่าวเป็นด้านเชิงคุณภาพ ไม่ใช่สิ่งธรรมดาอย่าง ”เนื้อเดียว” หรือ “เนื้อรสเดียว” สามารถประทานให้มาได้ มากกว่านั้นคือ ผลึกทางภูมิปัญญาจากประสบการณ์ที่สะสมมาอย่างยาวนานและการทำให้บรรลุของนักผลิตชาผูเอ๋อร์ คือ “ผลสัมฤทธิ์”(硕果) ที่ผลิออกมาจากเทคโนโลยี่เนื้อผสมอันสุดยอด สิ่งที่สำคัญกว่าคือ เทคโนโลยี่ของเนื้อผสมนี้ตั้งแต่โบราณกาลจนถึงปัจจุบันไม่มี ”รูปแบบ”(格式化) และ ”ต้นแบบ”(模式化) ไม่ใช่จะไม่มีการเปลี่ยนแปลง นักผลิตชาแต่ละยุคแต่ละสมัยอาจอาศัยการเข้าใจธรรมชาติของปัจเจกบุคคล การหยั่งรู้ถึงคุณลักษณะทางชา แล้วผ่านภาคปฏิบัติต่างๆนานา ไปสร้างสรรค์ประดิษฐ์ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพดียิ่งขึ้น ช่องว่างแบบนี้แม้ยุคปัจจุบันก็ยังเปิดกว้างเสมอ “ไม่มีสิ่งที่ดีที่สุด มีแต่สิ่งที่ดีกว่า” นี้อาจเป็นหลักการของกรรมวิธีเนื้อผสมของชาผูเอ๋อร์ยึดมั่นตลอดมา

        ถ้าเช่นนั้น กรรมวิธีเนื้อผสมของชาผูเอ๋อร์คืออะไร ? “สูตรลับ” ของมันมีอะไรบ้าง ?

        1. เนื้อผสมของระดับเกรด : นี้เป็นกรรมวิธีเนื้อผสมของชาผูเอ๋อร์ที่พบเห็นมากที่สุด โดยชาแผ่นกลมเป็นตัวอย่าง ทั่วไปใช้ชาเกรดระดับ 7 เป็นเนื้อหลัก(50-70%) ใช้ชาเกรดระดับ 5 เป็นเนื้อพื้น(20-30%) ชาเกรดระดับ 3 โรยหน้า(10-20%) กรรมวิธีแบบนี้ชาสุกนิยมใช้กันโดยทั่วไปมากที่สุด และก็เป็นศิลปกรรมที่ชำนาญที่สุด

        2. เนื้อผสมของต่างขุนเขาชา : เป็นศิลปกรรมขั้นสูงสุดในบรรดาเนื้อผสมของชาผูเอ๋อร์ เนื้อผสมของต่างชุนเขาชาไม่ใช่กระบวนการผสมแบบธรรมดา แต่อยู่บนพื้นฐานความเข้าใจต่อคุณลักษณะทางชาของแต่ละขุนเขาชาของนักผลิตชา โดยเฉพาะผลที่จะเกิดจากการบ่มของใบชา(ขุนเขาชา)ที่แตกต่างกัน สุดท้ายได้ชาตามที่ใจมุ่งหวังของนักผลิตชา เช่นใช้ชาของยี่หวู่เป็นเนื้อหลัก เพื่อต้องการ “นุ่ม”(柔) ของมัน ใช้ชาหย่งเต๋อหลินชางเป็นเนื้อเสริม เพื่อต้องการ “ออกทางเปรี้ยว”(偏酸) ของมัน(มีผลในการเร่งระหว่างกระบวนการบ่ม) ใช้ชาจากจิ่งม้ายซานเป็นตัวชูรส เพื่อต้องการ “หวาน”(甜) ของมัน หลังการบ่มจะกลายเป็นสิ่ง “หันกลับมาอย่างสง่างาม”(华丽的转身) ดังนั้น นักผลิตชาในช่วงการเริ่มต้นแรกสุดของเนื้อผสม ในใจได้คาดการณ์ สี กลิ่น รส รูป อื่นๆของใบชาหลังที่จะสุกงอมในอนาคตไว้แล้ว กรรมวิธีเนื้อผสมนี้ไม่มีรูปแบบและอัตราส่วนที่ตายตัว ทั้งหมดเกี่ยวโยงกับทักษะทางปัจเจกบุคคลของนักผลิตชา มันไม่เพียงแค่เป็นศิลปกรรม(技艺)ชนิดหนึ่ง ยังเป็นงานศิลป์(技术)แขนงหนึ่ง และยิ่งถือเป็นขอบเขตของการบรรลุ(境界)รูปแบบหนึ่ง

        3. เนื้อผสมของชาต้นโบราณกับชาไร่ : นี้เป็นกรรมวิธีเนื้อผสมที่เกิดขึ้นมาในไม่กี่ปีมานี้ วิธีการนี้จะถูกระแวงเป็นการหลอกลวงผู้บริโภค แต่ถูกหลักทางวิทยาศาสตร์มากที่สุดเมื่อเทียบกับ “เนื้อรสเดียว” ของชาต้นโบราณจากขุนเขาชาเดี่ยวๆ มันนำชาต้นโบราณที่ค่อนข้างไปทาง “คุณลักษณะทางยา”(药性)(การมีฤทธิ์ของเอนไซม์) และชาไร่ที่ค่อนข้างไปทาง “คุณลักษณะทางชา”(茶性) มาผสมรวมกัน เป็นการเพิ่มความอิ่มอวบ(饱满度)และความเต็มเปี่ยม(丰富度)ในกระบวนการชิมชา ขณะเดียวกันก็เป็นการจำลองสิ่งที่อยู่เหนือกว่าผลิตภัณฑ์ที่มีคุณลักษณะทางชาทั่วไป ไม่เฉพาะคุณภาพที่อยู่เหนือกว่าชาไร่เดี่ยวๆ และยังดีกว่าชาไร่เนื้อผสมจากต่างเขตพื้นที่ กรรมวิธีนี้โดยการใช้วัตถุดิบชาต้นโบราณในอัตราส่วนไม่เกิน 20% ถือเป็นการดีที่สุด แต่ไม่สามารถเกินกว่า 50%

        4. เนื้อผสมของฤดูกาล : หยินหนานสามารถทำการเด็ดเก็บใบชาใน 3 ฤดู นอกจากไม่เด็ดในฤดูหนาวแล้ว ฤดูใบไม้ผลิ ฤดูร้อน ฤดูใบไม้ร่วงใน 1 ปีสามารถเด็ดชาผลิตชาได้ จึงเกิดเนื้อผสมของชาฤดูใบไม้ผลิกับชาฤดูร้อน เนื้อผสมของชาฤดูร้อนกับชาฤดูใบไม้ร่วง เนื้อผสมของชาฤดูใบไม้ผลิกับชาฤดูใบไม้ร่วง ถือเป็นการไม่ต้องเทคนิคมาก ถือเป็นกลวิธีแบบหนึ่ง ไม่ถือเป็นศิลปกรรม

        5. เนื้อผสมของอายุปี : นักผลิตชาที่มีประสบการณ์เพื่อหลีกเลี่ยงฝาดเล็กขมน้อยของชาใหม่ รวมทั้ง “ความรู้สึกเปราะบาง”(单薄感) อันเกิดจากรสชาติ จงใจผสม “วัตถุดิบเก่า”(老料) ที่มีอายุพอสมควรบางส่วนเข้าไป ทำให้สี กลิ่น รสล้วนแตกต่างจากความรูสึกของชาใหม่ โดยทั่วไปอัตราส่วนของ “วัตถุดิบเก่า” จะไม่เกิน 10% วิธีการเช่นนี้และวิธีการเหล้าเบลนด์ของเหล้าเหมาถายมีส่วยคล้ายคลึงกัน นำเหล้าใหม่ที่กลั่นออกมาแล้วเบลนด์กับเหล้าเก่าอายุ 10 ปี หรือ 15 ปี 30 ปี ทำให้ความอิ่มอวบของน้ำเหล้าเพิ่มสูงขึ้นไม่น้อยทีเดียว องค์กรธุรกิจชาผูเอ๋อร์ที่มีชื่อเสียงบางองค์กรของหยินหนานใช้วิธีการแบบนี้โดยทั่วไปในการผลิตชาสุก มันถือเป็นศิลปกรรม เป็นกรรมวิธีแบบหนึ่งเพื่อยกระดับคุณภาพอย่างรวดเร็ว

        6. เนื้อผสมของระดับการหมัก : เป็นกรรมวิธีที่ใช้มากที่สุดในการผลิตชาสุกในไม่กี่ปีที่ผ่านมา ชาสุกที่เพิ่งออกจากกองแม้ว่าผ่านการ “เร่งสุก”(催熟) จากการหมักประดิฐ์ แต่ยังดำรงปัญหาไว้ซึ่งน้ำชาสีแดงมืดและรสชาติไม่ดี ซึ่งต้องผ่านพัฒนาการภายหลังจึงจะสามารถแก้ปัญหาดังกล่าวได้ ฉะนั้น นำชาสุกการหมักหนัก(ระดับความสุกถึง 90% ขึ้นไป) และการหมักกลาง(ระดับความสุกถึง 70%)มาผสมรวมกัน ทำให้น้ำชาสำแดงผลออกสีแดงเงาสว่าง รสชาติกลมกล่อม แต่วิธีการแบบนี้เนื่องจากผสมชาสุกบางส่วนที่ระดับการหมักเกินไป ชิมดื่มในช่วงเวลาหนึ่งได้ แต่ถ้าจะทำการจัดเก็บต่อไป โดยเฉพาะคิดจะเก็บไว้ 5 ปีขึ้นไป เป็นเพราะว่ารสชาติและสีน้ำชาปกติถูกล็อคตายไว้แล้ว เกิดการเปลี่ยนแปลงไม่มาก พื้นที่สำหรับคุณภาพปรับขึ้นมามีน้อยมาก ไม่ถือว่าอยู่ในบริบทของศิลปกรรม

        7. เนื้อผสมของชาดิบกับชาสุก : นี้เป็นภาคปฏิบัติทางวิทยาศาตร์ที่มีความหมายแบบหนึ่งของการผลิตชาสุก ชาสุกหลังจากการหมักกองเป็นระยะเวลานานที่ยังคง “กลิ่นกอง”(堆味)(ใกล้เคียงกับกลิ่นเอนไซม์) ซึ่งเป็นกลิ่นที่ผู้บริโภคไม่ยอมรับมาแต่ต้น อดีตที่ผ่านมา เพื่อขจัด “กลิ่นกอง” นี้ เพียงใช้วิธีโดยการเก็บ อาศัยกาลเวลามาทำการแก้ไข แต่ถ้านำชาดิบบางส่วนมาผสมในชาสุก ทั่วไปอัตราส่วนอยู่ระหว่าง 3% ถึง 5% จะขจัด “กลิ่นกอง” ได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะตอนชงดื่ม ความรู้สึกทางรสชาติของน้ำชาจะยิ่งเต็มเปี่ยม และไม่มี “กลิ่นกอง” ลอยโชยออกมา แผ่นชาสุกจำนวนมากที่พวกเราพบเห็นใบชาดิบเล็กน้อยปรากฏอยู่ไม่ใช่เพราะความไม่ระวังแล้วตกหล่นลงไปข้างใน แต่เป็นความตั้งใจ “เพิ่มเข้าไป” ชาวบ้านซึ่งเป็นผู้รักชาผูเอ๋อร์ยิ่งเพิ่มอัตาส่วนของชาดิบ เกือบจะเป็น 1 : 1 (ชาดิบและชาสุก) มาผสมรวมในการชงดื่ม เพื่อเป็นการสนองต่อความพึงพอใจในการชงดื่ม ดังนั้น การขจัด “กลิ่นกอง” แบบง่ายๆ ถือเป็นกลวิธีหนึ่ง ระดับชั้นและความอิ่มอวบที่ก่อให้เกิดความพึงพอใจในการชงดื่ม และ “การผสมและกลมกลืนกัน”(互补与交融) ที่เกิดจากคุณภาพของชาสุกและชาดิบต่างพื้นที่ที่แตกต่างกัน ถือเป็นศิลปกรรม

        8. เนื้อผสมของชาสมุนไพร(花草茶) : ในท้องตลาดมีชาชนิดหนึ่งเรียกว่า “จี๋ผู”(菊普) คือชาผูเอ๋อร์เติ่มดอกเก็กฮวย มันคือผลิตภัณฑ์ชนิดแรกจากแนวความคิดของชาผูเอ๋อร์สมุนไพร และก็เป็นผลิตภัณฑ์ของสาสุกอีกชนิดหนึ่งที่ตลาดให้การยอมรับจนถึงทุกวันนี้ มันคือจุดเริ่มต้นของการบุกเบิกชาผูเอ๋อร์ผสมสมุนไพร ในอนาคตคงมีผลิตภัณฑ์ชาชนิดคล้ายกันอีกจำนวนมากปรากฏออกมา เช่น ชาผูเอ๋อร์กับกุหลาบ ชาผูเอ๋อร์กับดอกสายน้ำผึ้ง ชาผูเอ๋อร์กับกล้วยไม้ เป็นต้น อันที่จริง การนำสมุนไพรผสมลงในใบชามิใช่เริ่มต้นจากชาผูเอ๋อร์ และก็ไม่ใช่เป็นการคิดประดิษฐ์ขึ้นมาของคนจีน ที่คิดประดิษฐ์ก่อนคือผู้ดีอังกฤษ โดยใช้ในชาแดงอังกฤษ แต่ว่าชาแดงแบบอังกฤษสนใจเพียงความสวยงามของรูปลักษณ์ภายนอก เนื้อผสมชาผูเอ๋อร์จะให้ความสนใจด้านผลของสรรพคุณ เช่น บำรงตา ชุ่มปอด ลดความอ้วน เป็นต้น

        8 กรรมวิธีของเนื้อผสมชาผูเอ๋อร์ดังกล่าวข้างต้นมิใช่ว่าจะไม่เกิดการเปลี่ยนแปลง บางครั้ง ในชาชนิดหนึ่ง เป็นกรณีที่ใช้หลายๆกรรมวิธีร่วมกัน

........จบบริบูรณ์........


แปล-เรียบเรียง จากบทความ 《เวทมนตร์ของเนื้อผสม》 ตอนที่ 4---เขียนโดย เฉินเจี๋ย


วันพฤหัสบดีที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

เวทมนตร์ของเนื้อผสม (3)

เวทมนตร์ของเนื้อผสม (3)
ตอน---ความหมายทางชีววิทยาของ “เนื้อผสม” ชาผูเอ๋อร์
拼配的魔力(三)---普洱茶” 拼配”的生物学意义



        ความหมายทางชีววิทยาของ “เนื้อผสม” ชาผูเอ๋อร์

        เนื้อผสมของชาผูเอ๋อร์จะกลายเป็นการเปลี่ยนแปลงแบบขั้นบันได(梯级转化)ของการบ่ม การหมักของชาผูเอ๋อร์ถือเป็นกระบวนการหนึ่ง เนื่องจากมันถือเป็นการหมักในสถานะของแข็ง(固体发酵) จึงมีความต้องการให้มันมีลักษณะระดับชั้น(层次感) อย่างกรณีการบ่มของชาแผ่น ความแน่นของชาแผ่นจากการอัดขึ้นรูปต้องมีระดับที่เหมาะสม คือไม่หนาแน่นเกินไป(จากแรงอัดมากเกินไป) และไม่หลวมเกินไป(ช่องว่างมีมาก) ซึ่งวิธีการเพื่อให้ได้ตรงตามความต้องการ เพียงอาศัยวิธีการทางกายภาพ(บล็อกหินและเครื่องอัด)ไม่สามารถแก้ปัญหานี้ได้ เนื่องจากใบชาประกอบด้วยสารเส้นใยจำนวนมาก และสารเส้นใยมีคุณสมบัติยืดหยุ่น แม้ว่าจะใช้วิธีการอัดขึ้นรูปอย่างแรง แต่เมื่อเวลาผ่านไประยะหนึ่ง ก็จะเกิดการคืนตัวกลับ กรรมวิธีที่แก้ปัญหาได้ดีที่สุดคือการผสมวัตถุดิบเกรดระดับต่างกันอย่างเหมาะสม อย่างใช้ชาเกรดระดับ 7 เป็น ”โครงร่าง”(骨架) ใช้ชาเกรดระดับ 3 หรือ 5 มา ”เสริมเติมส่วนขาด”(添实补缺) การก่อโครงร่างแบบตาข่ายลักษณะแบบนี้ ทำให้ชาผูเอ๋อร์ปรากฏระดับชั้น และทำให้การบ่มเกิดการเปลี่ยนแปลงแบบขั้นบันได

        ผู้คนจำนวนมากมีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนเกี่ยวกับระดับเกรดของชาผูเอ๋อร์ โดยเข้าใจว่าระดับเกรดของเหมาฉาที่เลือกใช้ ยิ่งสูงยิ่งดี แม้กระทั่งมีผู้คนเสาะแสวงหาแผ่นชาที่ผลิตจากยอดตูมล้วนๆ(วัตถุดิบเกรดระดับ 1) แต่พวกเขาได้มองข้ามไปจุดหนึ่ง แผ่นชาที่ผลิตจากยอดตูมล้วนๆ ก่อให้เกิดปรากฏการณ์ ”แน่นเกินแข็งเกิน”(过密过实) จากการอัดขึ้นรูปได้ง่าย เป็นเหตุให้การเปลี่ยนแปลงขององค์ประกอบในใบชามีข้อจำกัด ซึ่งจะเกิดผลเสียต่อการบ่มของชาผูเอ๋อร์ ขณะเดียวกัน ยังมีความเข้าใจผิดอีกหนึ่งในนี้ โดยเข้าใจว่าระดับเกรดวัตถุดิบของชาผูเอ๋อร์ยิ่งสูง คุณค่าทางโภชนาการยิ่งสูง โดยกลับกัน เกรดยิ่งต่ำ สารอาหารยิ่งน้อย นี้เป็นเพราะว่าการแบ่งแยกวัตถุดิบของชาผูเอ๋อร์สวมใช้วีธีการตรวจสอบและวัดผลทางความรู้สึกของประสาทสัมผัสเช่นเดียวกับชาเขียวและชาชนิดอื่นๆ ซึ่งแตกต่างกันมากกับการแบ่งแยกชาผูเอ๋อร์แบบดั้งเดิม อย่างเช่นกรณีปริมาณของสารน้ำตาลรีดิวส์ในวัตถุดิบของชาผูเอ๋อร์ จากผลของการตรวจสอบของหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่คือชาเกรดระดับ 7 จะมีปริมาณสูงที่สุด นี้เป็นเหตุผลสำคัญที่แผ่นชาประกอบด้วยชาเกรดระดับ 7 เป็นส่วนใหญ่ ไม่ใช่เป็นพฤติกรรมการหลอกลวงในการ ”นำด้อยเสริมดี การลดต้นทุน”(以次充好 , 降低成本)” ใบชาแก่หยาบกร้านเช่นนี้ไม่เพียงเป็นกำลังหลักของ ”โครงร่างตาข่าย”(网状骨架) ของชาแผ่น และเป็นเพราะคุณลักษณะพิเศษขององค์ประกอบภายใน ทำให้มันเป็น”พลังกระดูกสันหลัง”(骨干力量) ของการเปลี่ยนแปลงและการบ่มของชาผูเอ๋อร์

      อันที่จริง บนกรรมวิธีการผลิตชาผูอ๋อร์ยุคสมัยใหม่ ทางด้านการแบ่งแยกวัตถุดิบยังคงไว้ซึ่งสองมาตรฐานตลอดมา มาตรฐานหนึ่งเป็นการยืมใช้วิธีการมาตรฐานการตรวจสอบและการวัดผลทางความรู้สึกของชาเขียว อีกมาตรฐานหนึ่งคือมาตรฐานที่นักผลิตชาผูเอ๋อร์หรือองค์กรธุรกิจนำมาใช้จริงแต่เป็น “ความลับที่ไม่เปิดเผย”(秘而不宣) ทั้งสองมาตรฐานนี้แตกต่างกันมาก ซึ่งเนื้อผสมของชาผูเอ๋อร์ก็คือขอบเขตการบรรลุใหม่ของมาตรฐานที่ยกระดับขึ้ามาจากการอ้างอิง “ความลับที่ไม่เปิดเผย”

        “เนื้อผสม” ของชาผูเอ๋อร์ครอบคลุมถึงรายละเอียดจำนวนมาก ขั้นต่ำประกอบด้วย 8 ด้าน : เนื้อผสมของระดับเกรด เนื้อผสมของต่างขุนเขาชา เนื้อผสมของชาต้นโบราณกับชาไร่ เนื้อผสมของฤดูกาล เนื้อผสมของอายุปี เนื้อผสมของระดับการหมัก เนื้อผสมของชาดิบกับชาสุก เนื้อผสมชาสมุนไพร อย่างเช่นกรณีเนื้อผสมชาผูเอ๋อร์ระดับเกรด มันเป็นกรรมวิธีที่พบเห็นบ่อยที่สุดในบรรดาชาผูเอ๋อร์เนื้อผสม ครอบคลุมผลิตภัณฑ์ชาผูเอ๋อร์ที่อัดขึ้นรูปเกือบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นชาใหม่ หรือชาเก่าอายุค่อนข้างยาวนานที่ตกทอดมา เมื่อได้ทำการแซะชำแหละพวกมันจะสังเกตเห็นว่า ระดับเกรดของใบชาที่ข้างล่าง ผิวบน และภายในล้วนมีความแตกต่าง แม้อาจมีความแตกต่างของระดับเกรดเพียงเล็กน้อย แต่ล้วนมีเทคนิคของเนื้อผสมที่เฉพาะอยู่ข้างใน “ระดับชั้น” ของแผ่นชาผูเอ๋อร์หนีไม่พ้นกลวิธีของเนื้อผสมระดับเกรด เพียงแต่เนื้อผสมของระดับเกรดแบบนี้จะให้มีความแตกต่างของระดับเกรดแตกต่างกันมากหรือน้อย จากความหมายนี้กล่าวได้ว่า เนื้อผสมของชาผูเอ๋อร์ตราบโบราณกาลจนถึงปัจจุบันเป็นที่แพร่หลายสืบต่อกันมา ผู้คนจำนวนมากที่กล่าวถึง ”เนื้อเดียว” หรือ “เนื้อรสเดียว” มากกว่านั้นคือการบ่งชี้ถึงการไม่มีนำใบชาจากต่างเขตพื้นที่มาผสมกันเท่านั้น คือเป็นเพียงด้านหนึ่งของเนื้อผสมชาผูเอ๋อร์ ไม่ใช่เป็นตัวแทนของทั้งหมด ไม่สามารถมั่นใจได้โดยง่ายว่าชาผูเอ๋อร์ที่ใช้ ”เนื้อเดียว” หรือ “เนื้อรสเดียว” แล้วก็ไม่มีเทคนิคของเนื้อผสมอื่นๆอีก พูดให้ตรงและให้ชัดมากขึ้น เนื้อผสมของชาผูเอ๋อร์เป็นกรอบความคิดใหญ่ ไม่ใช่จำกัดแค่จุดใดจุดหนึ่ง

         ปัจจุบัน ”ชายัดใส้(夹心茶)” และที่นำใบชาที่ไม่ใช่มาจากเขตพื้นที่ผลิตของหยินหนานมาผสมปนเข้าไปในชาผูเอ๋อร์ที่ปรากฏบนท้องตลาด เป็นพฤติกรรมการทำของปลอมแบบหนึ่ง ไม่ถือเป็นบริบทของเนื้อผสมชาผูเอ๋อร์ เนื้อผสมของชาผูเอ๋อร์เป็นเทคโนโลยี่ขั้นสูงรายการหนึ่ง เป็นกระบวนการที่นักผลิตชาผูเอ๋อร์ผ่านกรรมวิธีเนื้อผสมทำให้คุณภาพของชาผูเอ๋อร์โดดเด่นยิ่งขึ้นและสูงยิ่งขึ้น ไม่สามารถกระทำการโดยนำสิ่งที่ด้อยมาเสริมส่วนดี แม้กระทั่งทำปลอมขึ้นมาอันเป็นสาเหตุ แต่ไปโทษว่าเป็นเพราะเนื้อผสมของชาผูเอ๋อร์ อย่างเช่นกรณีพ่อค้าฉ้อโกงนำแมทธิลแอลกอฮอล์ผสมยาฆ่าแมลง(Dichlorvos)แล้วได้ “เหล้าขาวปลอม” แม้ว่าใช้เทคโนโลยี่ “เหล้าเบลนด์”(勾兑) ของเหล้าขาว เช่นเดียวกัน การปรากฏของ “เหล้าขาวปลอม” ไม่สามารถที่จะกล่าวโทษเพราะมาจากเทคโนโลยี่ “เหล้าเบลนด์” ของเหล้าขาว

........ยังมีต่อ........


แปล-เรียบเรียง จากบทความ 《เวทมนตร์ของเนื้อผสม》 ตอนที่ 3---เขียนโดย เฉินเจี๋ย


วันพุธที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

เวทมนตร์ของเนื้อผสม (2)

เวทมนตร์ของเนื้อผสม (2)
ตอน---เนื้อผสมของชาผูเอ๋อร์กำเนิดจากระบบทฤษฎี “การรวมเข้ากัน” ของยาจีน
拼配的魔力(一)---普洱茶的拼配源于中药”配伍”的理论体系



        เนื้อผสมของชาผูเอ๋อร์กำเนิดจากระบบทฤษฎี “การรวมเข้ากัน” ของยาจีน

        ในทฤษฎีทางการแพทย์จีน สำหรับโรคภัยไข้เจ็บธรรมดา โดยทั่วไปใช้วิธีการรักษาแบบ “ด้านเดียว”(单方) คือใช้ยาจีนรสเดียว(一味中药)เพื่อทำการรักษา แต่สำหรับโรคที่มีความสลับซับซ้อนมากขึ้น ทั่วๆไปจะใช้ยาจีนตั้งแต่สองรสขึ้นไป ก็คือวิธีการรักษาแบบ “การรวมเข้ากัน”(配伍) ของยาจีน สูตรยาจีนจำนวนมากสูงถึงยี่สิบกว่ารส ชาผูเอ๋อร์ในโบราณกาลจนถึงราชวงค์ชิงและการแพทย์จีนมีจุดกำเนิดที่ลึกซึ้งมาก เหตุผลเป็นเพราะ :

        1. ทฤษฎีการแพทย์จีนของเมืองจีนมีคำกล่าวที่ว่า “ยาอาหารแหล่งกำเนิดเดียวกัน”(药食同源) พวกเขาเชื่อว่าชาผูเอ๋อร์ไม่เพียงเป็นผลิตภัณฑ์ชาที่ดับกระหายน้ำ ขณะเดียวกันก็เป็นเครื่องดื่มพิเศษเฉพาะที่สามารถ “ลดไขมัน ส่างเมา” ฯลฯ ซึ่งก่อให้เกิดสรรพคุณทางบำรงร่างกาย นักเภสัชวิทยาที่มีชื่อเสียงในยุคสมัยชิง จ้าวเสหมิ่น(赵学敏) ในหนังสือที่เขียนขึ้น《A Supplement of the Compendium of Materia Medica (本草纲目拾遗)》ได้จัดชาผูอ๋อร์ในนามของวัตถุยาเข้าไปอยู่ในนั้นด้วย

        2. นักผลิตชาผูเอ๋อร์ยุคโบราณส่วนใหญ่มีภูมิหลังที่เชี่ยวชาญด้านวัตถุยาทางการแพทย์จีน หยินหนานตัวมันเองไม่เพียงเป็นเขตพื้นที่ผลิตใบชา ยังเป็นพื้นที่ผลิตและศูนย์กลางการกระจายวัตถุยา ชาผูเอ๋อร์ได้รับอิทธิผล “การรวมเข้ากัน” ของการแพทย์จีนจากพื้นฐานทางสภาพแวดล้อมที่จำเพาะและผู้ชำนาญการ ดังนั้น “เนื้อผสม” ของชาผูเอ๋อร์ต้องมีพื้นฐานของทฤษฎีเภสัชวิทยาทางยาจีน มิใช่ความคิดพิศดารที่บังเกิดขึ้นมา

        3. เนื้อผสมของชาผูเอ๋อร์หลักสำคัญคือ ”เติมเต็มจุดเด่น”(优势互补) ขององค์ประกอบในใบชา เป็นที่ทราบกันแล้วว่า เหมาฉาตากเขียวที่ผลิตจากต่างขุนเขา ต่างพื่นที่ก็จะไม่เหมือนกัน รสชาติก็แตกต่างกันมาก ความแตกต่างเช่นนี้นอกจากแสดงถึงปริมาณของสารกลิ่นหอมในใบชาไม่เหมือนกันแล้ว ยังแสดงว่าองค์ประกอบมีข้อแตกต่างกันเล็กน้อย จะแยกแยะข้อแตกต่างนี้ได้อย่างไร และนำข้อแตกต่างลักษณะนี้มาทำการ ”รวมกลุ่มใหม่”(重组) และ ”ผสม”(融合) อย่างเหมาะสมเชิงประสิทธิผล สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ชาผูเอ๋อร์ที่มีคุณภาพเด่นยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นความฝันที่คนชาผูเอ๋อร์ตามล่าหาตั้งแต่โบราณกาลจนถึงปัจจุบัน

        อย่างเช่นชายอดม่าง(紫芽茶) หนังสือ《คัมภีร์ชา (茶经)》ของลู่หยี่(陆羽) ยุคสมัยราชวงค์ถังได้บันทึกไว้ว่า “ตัวชา ตัวม่วงคือบน”(茶者, 紫者为上) ตัวที่บ่งชี้ก็คือชายอดม่วง ซึ่งประกอบด้วยสารกลุ่มอะมิโน ฟลาโวนอยส์ เป็นต้นสูงกว่าเหมาฉาตากเขียวจากเขตพื้นที่หลายๆเขตของหยินหนาน ในนั้นมี Anthocyanin(花青素) ประกอบอยู่สูงสุด Anthocyanin คืออะไร? อธิบายง่ายๆ Anthocyanin คือสารประกอบทุติยภูมิจาก Secondary Metabolism ของพืช เป็นสารสีชนิดหนึ่งที่ละลายน้ำ มันมีประโยชน์หลายๆด้านต่อร่างกายมนุษย์ สามารถเพิ่มความยืดหยุ่นของหลอดเลือดในร่างกายคนเรา ปรับปรุงระบบการหมุนเวียนและเพิ่มระดับความเงางามของผิว และสามารถยับหยั้งการอักเสบและภูมิแพ้ ปรับปรุงความยืดหยุ่นของข้อต่อกระดูก แต่กระนั้น ถ้าหากผลิตเฉพาะชายอดม่วง คือเนื้อเดียวหรือเนื้อรสเดียวจากการเลือกใช้วัตถุดิบ ผลลัพธ์ออกมาจะแย่มาก รสขมฝาดหนักมาก ผู้คนภายหลังจากการดื่ม อันเนื่องจาก “ลักษณะทางยาแรงเกินไป” จะทำให้ร่างกายปรากฏอาการของโรคต่างๆนานา  แต่ถ้านำมันมาผสมในวัตถุดิบอื่นๆ หรือใช้เหมาฉาเป็นตัวหลัก ใช้มันเป็นตัวส่วนประกอบ ควบคุมปริมาณส่วนประกอบภายใน 1 ใน 5 แล้วสีน้ำชา รสชาติ องค์ประกอบมีการยกระดับขึ้นมาอย่างมาก ถ้าจะกล่าวว่าชายอดม่วงสำแดงออกถึงคุณค่าทางยาของใบชาแล้ว ความสำคัญอยู่ที่การผสมที่เหมาะสม เพราะว่าทฤษฎีของยาจีนโดยตัวมันเองยืดหยัดบนหลักการของการผสมที่เหมาะสม มิใช่ปริมาณมากแล้วจะดี ขนาดยาที่ให้มากทำให้เกิดการเบี่ยงเบนได้ง่าย

........ยังมีต่อ........


แปล-เรียบเรียง จากบทความ 《เวทมนตร์ของเนื้อผสม》 ตอนที่ 2---เขียนโดย เฉินเจี๋ย


วันอังคารที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

เวทมนตร์ของเนื้อผสม (1)

เวทมนตร์ของเนื้อผสม (1)
ตอน---การผลิตชาผูเอ๋อร์ยุคจีนโบราณมี “เนื้อผสม” หรือไม่ ?
拼配的魔力(一)---中国古代普洱茶制作是否有”拼配” ?



        ชาผูเอ๋อร์มีการโต้แย้งด้าน “เนื้อเดียว”(纯料) และ “เนื้อผสม”(拼配) มาโดยตลอด

        มุมมองหนึ่งเชื่อว่า “เนื้อเดียว” หรือ “เนื้อรสเดียว”(一口料) ของชาผูเอ๋อร์ คือข้อบังคับขั้นพื้นฐานของการผลิตชาผูเอ๋อร์แบบดั้งเดิม เหตุผลเพราะว่า :

        1. นักผลิตชาผูเอ๋อร์ยุคโบราณเนื่องจากถูกข้อจำกัดทางคมนาคมไม่สะดวก ไม่สามารถนำใบชาจากต่างเขตพื้นที่ผลิตมาทำการ “ผสมรวมกัน”(融到一起) ดังนั้น กรรมวิธีการผลิตชาผูเอ๋อร์ที่ตกทอดจากยุคโบราณไม่มี “เนื้อผสม” ดังกล่าว

        2. “เนื้อผสม” เป็นวิธีการที่องค์กรธุรกิจผลิตชาผูเอ๋อร์ยุคปัจจุบันใช้เพื่อขยายกำลังการผลิต และเป็นข้ออ้างเพื่อลดต้นทุนของการผลิต ปราศจากซึ่ง “ความแท้จริง”(正宗性) ของการผลิตชาผูเอ๋อร์ ชาผูเอ๋อร์จากกกรรมวิธี “เนื้อผสม” ถือเป็น “ชาค็อกเทล” ขาดซึ่ง “รสแห่งความดื่มด่ำ” ที่แท้จริง คุณภาพของผลิตภัณฑ์จึงต้องลดระดับลงมา มีข้อสงสัยทางการหลอกหลวงผู้บริโภค

        อีกมุมมองหนึ่งกลับเชื่อว่า “เนื้อผสม” ชองชาผูเอ๋อร์คือกรรมวิธีที่ทำให้คุณภาพโดดเด่นขึ้นและดียิ่งขึ้น ผลิตภัณฑ์คลาสสิคชาผูเอ๋อร์จะต้องมี “สูตรลับ”(保密配方) ที่พิเศษเฉพาะ เนื้อในแก่นแท้ของสูตรนี้ก็คือ “เนื้อผสม”

        ถ้าเช่นนั้น มุมมองของใครมีความมีเหตุผลกว่า ?

        การผลิตชาผูเอ๋อร์ยุคจีนโบราณมี “เนื้อผสม” หรือไม่ ?

        เมื่อพวกเราพลิกหน้าประวัติศาสตร์ จะสามารถสังเกตเห็นว่า แหล่งผลิตชาผูเอ๋อร์ที่โด่งดังในประวัติศาสตร์เกือบทั้งหมดล้วนเป็นศูนย์กลางการกระจายใบชา(茶叶集散地)ในสมัยนั้น การเคลื่อนย้ายแหล่งนิยมทุกครั้งและการปรากฏของผลิตภัณฑ์คลาสสิคในประวัติศาสตร์ชาผูเอ๋อร์ ล้วนเป็นไปตามการเคลื่อนย้ายและความเจริญรุ่งเรืองของศูนย์กลางการกระจายใบชา เมื่อเป็นประการฉะนี้ การกล่าวว่าการคมนาคมไม่สะดวก จะถูกต้องเพียงเทียบเคียง(是相对) แต่ไม่เป็นจริงตามนั้น(不是绝对) อย่างเช่นเมืองยี่หวู่(易武)ในหยินหนาน ในช่วงรัชสมัยต้าวกวงราชวงค์ชิง(清朝道光) เมื่อขุนเขาชาหยีปาง(倚邦) ซึ่งถือเป็น “หัวหน้าพันธมิตร”(盟主) ของ 6 ขุนเขาชาอันยิ่งใหญ่ค่อยๆเสื่อมถอยลง ขุนเขาชายี่หวู่กลับปรากฏความเด่นชัดขึ้นมาอย่างทันท่วงที กลายเป็นศูนย์กลางการกระจายใบชาของ 6 ขุนเขาชา เป็นพื้นที่ผลิตและเป็นจุดตั้งต้นของเส้นทางโบราณชา-ม้าโ(茶马古道) ต่อจากนี้เป็นการเปิดศักราช ”ยุคสมัยยี่หวู่” ของชาผูเอ๋อร์ ในช่วงเวลานั้น ผู้คนเป็นพันขึ้นหมื่นต่างมุ่งสู่ยี่หวู่ บุกเบิกสวนชา ก่อตั้งห้างชา ระยะเวลาไม่กี่สิบปี ร้อยลี้ของยี่หวู่ สวนชาเต็มทุกภูเขา กลิ่นชาหอมฟุ้งกระจายไปทั่วพารา พ่อค้าเดินทางไปมาไม่ขาดสาย กองคาราวานม้าเต็มทุกเส้นทาง เป็นภาพแห่งความเจริญรุ่งเรืองที่ตื่นตาตื่นใจ ในช่วงเวลานี้ ใบชา 60-70% จาก 6 ขุนเขาอันยิ่งใหญ่ ล้วนรวบรวมอยู่ในพื้นที่นี้เพื่อทำการผลิต ซื้อขาย ผ่าน 11 เส้นทางออกสู่ภายนอก ขายไปร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำ(四面八方) ผลิตภัณฑ์คลาสสิคชาผูเอ๋อร์ที่เรารู้จักกันดีในปัจจุบัน จำนวนบางส่วนในนั้นก็มาจากยี่หวู่ เช่น ถงชิ่งห้าว(同庆号) กานลี่เจินซ่งพิ้นห้าว(乾利贞宋聘号) ฝูหยวนชางห้าว(福元昌号) เชอซุ่นห้าว(车顺号) ชิ่งชุนห้าว(庆春号) เป็นต้น อันที่จริง การก่อเกิดของศูนย์กลางการกระจาย เป็นแหล่งวัตถุดิบที่รับประกันทางการป้อนใบชาสำหรับ “เนื้อผสม”

        ถัดมา การปรากฏของเหล่าห้างชาทั้งหลาย ประกอบด้วยการกำหนดให้ผลิตชาเครื่องบรรณาการ ทำให้เกิดการแข่งขันของห้างชาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จุดหลักของการแข่งขันนอกจากการเตรียมวัตถุดิบอย่างพิถีพิถันแล้ว สิ่งที่สำคัญกว่าคือนำวัตถุดิบที่ไม่เหมือนกันมาทำการ “สูตรลับของเนื้อผสม”( 拼配的保密配方) มันคือหัวใจของศิลปกรรมแบบโบราณของชาผูเอ๋อร์ ถ้าหากเป็น “เนื้อเดียว” โดดๆแล้ว มันก็ง่ายที่จะกลายเป็นของธรรมดา ระหว่างห้างชาด้วยกันก็ไม่มีเชิงความแตกต่าง และก็จะไม่ปรากฏห้างชาที่โด่งดังขึ้นมา แล้วคำร่ำลือที่ว่า “สังเกตชาผลิตชา”(看茶制茶) ที่ตกทอดจากยุคโบราณของหยินหนานก็จะไม่มีความหมายที่แท้จริง ฉะนั้น “เนื้อผสม” คือ “อาวุธลับ”(秘密武器) ของการแข่งขันระหว่างห้างชาด้วยกัน ต่างห้างชาล้วนมี “สูตรลับเนื้อผสม”(拼配秘方) ของตนเอง อันที่จริงเป็นตัวบ่งบอกถึงระดับขั้นที่ไต่ขึ้นมาได้จากความเข้าใจที่มีต่อชาผูเอ๋อร์ของพวกเขา และสามารถพูดได้ว่าเป็นขอบเขตการบรรลุรูปแบบหนึ่ง เป็นเครื่องหมายทางระดับคุณภาพด้านเทคโนโลยี่ของห้างชา

........ยังมีต่อ........


แปล-เรียบเรียง จากบทความ 《เวทมนตร์ของเนื้อผสม》 ตอนที่ 1---เขียนโดย เฉินเจี๋ย