เพื่อเผยแพร่บทความแปลเกี่ยวกับความรู้เรื่องชาผูเอ๋อร์ และเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ความรู้ โลกทัศน์ แนวความคิด และความคิดเห็นด้านชาผูเอ๋อร์
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เครื่องเคลือบเขียนสี แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เครื่องเคลือบเขียนสี แสดงบทความทั้งหมด
วันศุกร์ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2561
เครื่องเคลือบเขียนสีเมืองจีน (ตอนที่3)
ในวงการนักสะสมมีคำฮิตติดปากว่า “ถ้าเป็นเครื่องเคลือบต้องเล่นของยุค3จักรพรรดิต้าชิง” ยุค3จักรพรรดิต้าชิงคือการบ่งชี้ถึง คังซี ยุงเจิ้ง เฉียนหลง ซึ่งก็คือ「ยุครุ่งเรืองคัง-ยุง-เฉียน」(康乾盛世) ที่พวกเรานิยมใช้พูดกัน
ยุคต้าชิงถือเป็นยุคทองในประวัติศาสตร์การผลิตเครื่องเคลือบของเมืองจีน โดยเฉพาะในช่วงรัชศกคัง-ยุง-เฉียน อันเนื่องจากพัฒนาการของอุตสาหกรรมการผลิตเครื่องเคลือบของโรงงานเตาหลวงที่จิ่งเต๋อเจิ้นเป็นไปอย่างมั่นคง นักผลิตเครื่องเคลือบได้รวบรวมฟริต(สีเคลือบ)ชนิดต่างๆทั้งจากภายในและต่างประเทศบรรดามี บนพื้นฐานที่มีมาแต่ก่อนได้ทำการวิจัยพัฒนาสีเคลือบหลากหลายที่ไม่เคยมีมาก่อน การคิดสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆเหล่านี้ทำให้อุตสาหกรรมเครื่องเคลือบของจิ่งต๋อเจิ้นในยุค3จักรพรรดิต้าชิงเป็นไปอย่างเฟื่องฟู ได้สร้างประวัติศาสตร์อันรุ่งโรจน์ในการลงหลักปักฐานอย่างมั่นคง
▲清代御窑厂图 ภาพโรงงานเตาหลวงที่จิ่งเต๋อเจิ้น·ยุคสมัยต้าชิง
1. นิยามของเครื่องเคลือบเขียนสีคละเคล้า
“เครื่องเคลือบเขียนสีคละเคล้า” (混合彩瓷) คือการบ่งชี้ถึงเครื่องเคลือบเขียนสีที่นำ “สีใต้เคลือบ” “สีกลางเคลือบ” “สีบนเคลือบ” เป็นต้นมาเผาประดิษฐ์ร่วมกัน ในบรรดาเครื่องเคลือบของเตาหลวงยุคสมัยก่อน สีใต้เคลือบส่วนใหญ่จะใช้สารโคบอลท์(ลายคราม) หรือสารคอปเปอร์(ลายไฟ)เป็นรงควัตถุสี เนื่องจากสีใต้เคลือบเป็นการเขียนสีก่อนการขึ้นเคลือบแก้วปกคลุมผิวหน้า ดังนั้น อุณหภูมิของการเผาประดิษฐ์ของสีใต้เคลือบและเคลือบแก้วจะเหมือนกัน ส่วนใหญ่ใช้สีเคลือบชนิดอุณหภูมิสูง ; สีกลางเคลือบคือบ่งชี้ถึงสีแบบการนำรงควัตถุสีผสมลงในน้ำเคลือบ ในการขึ้นน้ำเคลือบบนผิวแล้วขณะเดียวกันทำการเขียนสีพร้อมกัน สีกลางเคลือบแบบนี้ที่พบเห็นบ่อยๆก็มีจี้ชิง (霁青) จี้หง (霁红) ผงใบชา (茶叶末) แดงคาร์มีน (胭脂红) เคลือบจิน (钧釉) เป็นต้น ; สีบนเคลือบจะใช้บนเครื่องเคลือบอู๋ไฉ่ ฝ้าหลางไฉ่ เฝินไฉ่เป็นหลัก จะมีสีหลากหลาย อาทิเช่น สีแดง(เกลือซัลเฟตของเหล็ก) สีทองเป็นต้น เนื่องจากสีบนเคลือบเป็นการเขียนสีบนผิวเคลือบที่เผาเสร็จแล้วทำการเผาอบอีกครั้ง ดังนั้น โดยทั่วไปจะใช้สีเคลือบชนิดอุณหภูมิต่ำ
▲混合彩瓷 เครื่องเคลือบเขียนสีคละเคล้า
ช่วงเวลาที่เป็นจุดกำเนิดของเครื่องเคลือบเขียนสีคละเคล้ายังยากที่จะพิสูจน์ยืนยัน ในรัชศกเซวียนเต๋อราชวงศ์หมิงได้เริ่มทำการผลิตออกมาเป็นจำนวนมาก เครื่องเคลือบเขียนสีคละเคล้าเช่น ลายครามพื้นเหลือง ลายครามแดง และอู๋ไฉ่ลายคราม(ต้นแบบของโต้วไฉ๋) เป็นต้นล้วนถูกโรงงานราชสำนักผลิตออกอย่างมากมาย โต้วไฉ่ที่ต่อมาได้พัฒนาอย่างรวดเร็วก็เป็นตัวแทนของเครื่องเคลือบเขียนสีคละเคล้ายุคสมัยหมิง
2. กรรมวิธีการผลิตเครื่องเคลือบเขียนสีคละเคล้า
มองจากด้านขั้นตอนของศิลปหัตถกรรมการผลิตแล้ว เครื่องเคลือบเขียนสีคละเคล้ามีรายละเอียดเล็กๆน้อยๆและสลับซับซ้อนมากกว่าเครื่องเคลือบเขียนสีทั่วไป ดังนั้นความยากในการผลิตก็สูงกว่าเครื่องเคลือบเขียนสีมาก ในการที่จะผลิตเครื่องเคลือบเขียนสีคละเคล้าที่ผสมผสานสีใต้เคลือบกับสีบนเคลือบนั้น ก่อนอื่นต้องเขียนวาดสีใต้เคลือบบนเนื้อดินดิบ หลังจากนั้นชุบเคลือบแก้วปกคลุมผิวหน้าชั้นหนึ่ง นำเข้าเตาเผาด้วยอุณหภูมิสูงออกมาเป็นผลิตภัณฑ์กึ่งสำเร็จรูป ทำการคัดเลือกใบที่มีคุณภาพผ่านเกณฑ์เพื่อทำการเขียนสีบนเคลือบ สุดท้ายนำไปเผาผลิตอีกครั้งที่อุณหภูมิต่ำ จากรงควัตถุสีแต่ละชนิดต่างมีอุณหภูมิการเผาผลิตแตกต่างกัน ในส่วนที่เป็นสีบนเคลือบอาจต้องดำเนินการผลิตหลายๆครั้งจนกว่าจะเสร็จสมบูรณ์
3. เครื่องเคลือบเขียนสีคละเคล้ายุค3จักรพรรดิต้าชิง
เนื่องจากกรรมวิธีการผลิตเครื่องเคลือบในต้นสมัยต้าชิงมีพัฒนาการจนเชี่ยวชาญอย่างต่อเนื่อง นักการเครื่องเคลือบของโรงงานเตาหลวงที่จิ่งเต๋อเจิ้นได้หยิบยืมเครื่องเคลือบเขียนสีคละเคล้าที่มีมาแต่ก่อน(อย่างเช่นลายครามพื้นเหลือง โต้วไฉ่ อู๋ไฉ่ลายครามเป็นต้น) มาทำการพัฒนาเครื่องเคลือบเขียนสีคละเคล้าออกมามากมายที่มีลักษณะสีสดเป็นพิเศษซึ่งเป็นสีที่สามารถหาได้ในขณะนั้น
กลุ่มที่1 :【การผสมผสานลายไฟกับอู๋ไฉ่】
ในยุคสมัยหมิงและต้าชิง เนื่องจากรงควัตถุสีคอปเปอร์(ลายไฟ)จะปรากฏสีออกมาอย่างไม่เสถียร การเผาผลิตจะยุ่งยากมาก เป็นเหตุให้ทางโรงงานเตาหลวงต้องมาใช้ลายสีแดง(รงควัตถุสีเกลือซัลเฟตของเหล็ก)ซึ่งเป็นสีบนเคลือบที่สามารถควบคุมการเผาผลิตภายใต้สภาวะต่างๆมาทดแทนลายไฟ(เห็นเด่นชัดในเครื่องเคลือบอู๋ไฉ่หลังยุคสมัยหมิง) ในยุคคังซีสมัยต้าชิง เนื่องจากช่างสามารถทำการเผาผลิตภาชนะลายไฟได้อย่างแม่นยำและลายไฟก็ปรากฏสีออกมาโดดเด่นกว่าลายสีแดง เครื่องเคลือบลายไฟจึงถูกโรงงานเตาหลวงผลิตออกมาเป็นจำนวนมาก ขณะเดียวกันบนพื้นฐานของการผลิตเครื่องเคลือบลายครามไฟที่มีอยู่เดิม ได้สร้างสรรค์นำลายไฟแทนที่ลายสีแดงมาผสมผสานกับสีบนเคลือบอื่นๆชนิดอุณหภูมิต่ำ
▲清康熙·釉里紅龍紋大缸 กระถางลายมังกรไฟ·สมัยจักรพรรดิคังซีราชวงศ์ชิง (ปี1661-1722)
▲清康熙·釉里红五彩折枝月季花纹苹果尊 กระถางแอปเปิ้ลลายไฟกับอู๋ไฉ่·สมัยจักรพรรดิคังซีราชวงศ์ชิง (ปี1661-1722)
▲清康熙·釉里红五彩折枝月季花纹苹果尊 กระถางแอปเปิ้ลลายไฟกับอู๋ไฉ่·สมัยจักรพรรดิคังซีราชวงศ์ชิง : ดอกกุหลาบหนูเขียนสีลายไฟ(สีใต้เคลือบ) ใบไม้เขียนสีอู๋ไฉ่(สีบนเคลือบ)
กลุ่มที่2 :【การผสมผสานโต้วไฉ่กับเฝินไฉ่】
เป็นไปตามที่เทคโนโลยีของเครื่องเคลือบเขียนสีในยุคคังซีพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โรงงานราชสำนักที่จิ่งเต๋อเจิ้นช่วงปลายยุคคังซีได้ทำการผลิตเครื่องเคลือบเฝินไฉ่แบบดั้งเดิมออกมาได้แล้ว ช่วงเวลาเดียวกัน ได้เขียนสีเฝินไฉ่ลงบนเครื่องเคลือบโต้วไฉ่ ทำให้ผลิตภัณฑ์โต้วไฉ่ในยุคสมัยนั้นมีกลิ่นอายคลุมเครือของเฝินไฉ่ ตั้งแต่ปลายยุคคังซีเป็นต้นมา ลักษณะพิเศษของเฝินไฉ่ในเครื่องเคลือบโต้วไฉ่แสดงออกที่การละเลงสีบนกลีบดอกไม้
▲清雍正·斗彩花卉纹双耳扁瓶 แจกัน2หูโต้วไฉ่ลายต้นดอกไม้·สมัยจักรพรรดิยุงเจิ้นราชวงศ์ชิง (ปี1723-1735)
▲清雍正·斗彩花卉纹双耳扁瓶 แจกัน2หูโต้วไฉ่ลายต้นดอกไม้·สมัยจักรพรรดิยุงเจิ้นราชวงศ์ชิง : กลีบดอกเขียนสีเฝินไฉ่(สีบนเคลือบ) ต้นดอกไม้เขียนสีโต้วไฉ่(ผสมกลมกลืนสีใต้เคลือบกับสีบนเคลือบ)
กลุ่มที่3 :【การผสมผสานลายไฟกับโต้วไฉ่】
การพัฒนาเครื่องเคลือบเขียนสีในยุคเฉียนหลงเป็นไปอย่างรวดเร็ว ในบรรดาผลิตภัณฑ์ของยุคสมัยนี้ เครื่องเคลือบเขียนสีคละเคล้าที่เป็นการผสมผสานลายไฟกับโต้วไฉ่ได้ปรากฏตัวออกมาเป็นครั้งแรก เนื่องจากมีตัวอย่างของการผสมผสานลายไฟกับอู๋ไฉ่ในยุคคังซี ดังนั้นการเขียนสีคละเคล้าแบบการผสมผสานลายไฟกับโต้วไฉ๋ก็เป็นที่ยอมรับโดยง่าย ไม่เห็นจะเป็นเรื่องแปลก
▲清乾隆·斗彩釉里红梵文莲纹 จานลายไฟกับโต้วไฉ่ลายดอกบัวสันสกฤต·สมัยจักรพรรดิเฉียนหลงราชวงศ์ชิง (ปี1735-1796)
▲清乾隆·斗彩釉里红梵文莲纹 จานลายไฟกับโต้วไฉ่ลายดอกบัวสันสกฤต·สมัยจักรพรรดิเฉียนหลงราชวงศ์ชิง : ด้านหลัง
▲清乾隆·斗彩釉里红梵文莲纹 จานลายไฟกับโต้วไฉ่ลายดอกบัวสันสกฤต·สมัยจักรพรรดิเฉียนหลงราชวงศ์ชิง : ดอกบัวเขียนสีลายไฟ(สีใต้เคลือบ)
กลุ่มที่4 :【การผสมผสานลายครามกับเฝินไฉ่】
อู๋ไฉ่กำเนิดขึ้นในต้นรัชศกเซวียนเต๋อยุคสมัยหมิง ในยุคคังซีต้นสมัยต้าชิงได้ดำเนินการสานต่อ เป็นไปตามที่การพัฒนาจนเชี่ยวชาญของอุตสาหกรรมเครื่องเคลือบเฝินไฉ่ของจิ่งเต๋อเจิ้น ลายครามเฝินไฉ่ที่ได้จากการผสมผสานลายครามกับเฝินไฉ่ก็เกิดขึ้นโดยธรรมชาติ แล้วก็ทำการผลิตออกมาเป็นจำนวนมากหลังยุคเฉียนหลง
▲清乾隆·青花粉彩凤凰牡丹瓶 แจกันลายครามกับเฝินไฉ่ลายหงส์ดอกโบตั๋น·สมัยจักรพรรดิเฉียนหลงราชวงศ์ชิง (ปี1735-1796)
▲清乾隆·青花粉彩凤凰牡丹瓶 แจกันลายครามกับเฝินไฉ่ลายหงส์ดอกโบตั๋น·สมัยจักรพรรดิเฉียนหลงราชวงศ์ชิง : ใบไม้เขียนสีลายคราม(สีใต้เคลือบ) หงส์ดอกโบตั๋นเขียนสีเฝินไฉ่(สีบนเคลือบ)
▲清乾隆·青花粉彩九龙橄榄瓶 แจกันลายครามกับเฝินไฉ่ลาย9มังกรเมฆ·สมัยจักรพรรดิเฉียนหลงราชวงศ์ชิง (ปี1735-1796)
▲清乾隆·青花粉彩九龙橄榄瓶 แจกันลายครามกับเฝินไฉ่ลาย9มังกรเมฆ·สมัยจักรพรรดิเฉียนหลงราชวงศ์ชิง : เมฆเขียนสีลายคราม(สีใต้เคลือบ) มังกรเขียนสีเฝินไฉ่(สีบนเคลือบ)—ด้วยสีแดง(เกลือซัลเฟตของเหล็ก)และสีทอง
กลุ่มที่5 :【การผสมผสานโต้วไฉ่กับฝ้าหลางไฉ่】
โต้วไฉ่ที่ผลิตในยุคคัง-ยุง-เฉียนมีความงามวิจิตรมาก นอกจากจะแฝงด้วยลักษณะพิเศษของเฝินไฉ่แล้ว ยังมีโต้วไฉ่ที่มีเอกลักษณ์ของฝ้าหลางไฉ่ปรากฏให้เห็นอย่างเด่นชัด เครื่องเคลือบเขียนสีคละเคล้าแบบนี้และเครื่องเคลือบเขียนสีคละเคล้าแบบการผสมผสานลายไฟกับโต้วไฉ่จะพบเห็นได้น้อยมาก สิ่งที่อยากจะกล่าวเพิ่มเติมก็คือ เฝินไฉ่และฝ้าหลางไฉ่เมื่อทำการเผาออกมาแล้วจะมีมิตินูนที่เป็นเอกลักษณ์ปรากฏออกมา
▲清乾隆·斗彩珐琅彩瓜蝶纹三多婴儿一团和气杯 จอกโต้วไฉ่กับฝ้าหลางไฉ่ลายเด็กถือลูกท้อ·สมัยจักรพรรดิเฉียนหลงราชวงศ์ชิง (ปี1735-1796)
▲清乾隆·斗彩珐琅彩瓜蝶纹三多婴儿一团和气杯 จอกโต้วไฉ่กับฝ้าหลางไฉ่ลายเด็กถือลูกท้อ·สมัยจักรพรรดิเฉียนหลงราชวงศ์ชิง : สังเกตเห็นมิตินูนและสภาพส่วนที่สึกหรอของฝ้าหลางไฉ่(สีบนเคลือบ)
กลุ่มที่6 :【การผสมผสานลายคราม โต้วไฉ่ สีเคลือบจิน และเฝินไฉ่】
ในบรรดาเครื่องเคลือบเขียนสีคละเคล้าที่สลับซับซ้อนมากที่สุดคงหนีไม่พ้น #แจกันยักษ์หลากผิวเคลือบเฉียนหลง เครื่องเคลือบนี้รวบสีใต้เคลือบ(ลายคราม) สีกลางเคลือบ(สีเคลือบจิน สีเคลือบถั่วเขียว) และสีบนเคลือบ(เฝินไฉ่ สีทอง) เป็นต้นรวมอยู่บนร่างเดียวกัน ถือเป็นเครื่องเคลือบเขียนสีคละเคล้าเชิงตัวแทนมากที่สุด
▲清乾隆·各种釉彩大瓶 แจกันยักษ์หลากผิวเคลือบ·สมัยจักรพรรดิเฉียนหลงราชวงศ์ชิง : ได้เคยเผยแพร่บทความที่กล่าวถึงแจกันยักษ์นี้โดยเฉพาะ สนใจโปรดคลิกลิงค์ https://puerthaiblog.blogspot.com/2018/02/blog-post.html
4. สรุป
เนื่องจากนักการเครื่องเคลือบของโรงงานเตาหลวงที่จิ่งเต๋อเจิ้นในยุคคังซีค่อยๆทำความเข้าใจเข้าถึงฝ้าหลางไฉ่ที่นำเข้ามา พวกช่างเครื่องเคลือบประสบความสำเร็จในการวิจัยพัฒนาให้เหมาะกับวิถีแห่งตน เฝินไฉ่ของโรงงานเตาหลวงที่มีสีประกายแวววาว การเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์ครั้งนี้ได้ผลักดันให้เครื่องเคลือบเขียนสีของโรงงานเตาหลวงพัฒนาอย่างรวดเร็ว แล้วก็ขับเคลื่อนการสร้างสรรค์เครื่องเคลือบเขียนสีใหม่ๆเป็นลูกโซ่ เมื่อช่างเตาเผาโรงงานขะมักเขม้นในการผลิตเครื่องเคลือบเขียนสีที่มีกลิ่นอายเข้มข้นของต้าชิง เป็นการนำการผลิตเครื่องเคลือบเขียนสีเข้าสู่จุดสุดยอดของประวัติศาสตร์อีกครั้งหนึ่งอย่างไม่รู้ตัว
........ จบบริบูรณ์........
เอกสารอ้างอิง :
1. 清康雍乾三代混合彩瓷的六种组合 : https://www.jianshu.com/p/36ada1ff7779
2. 清康熙,雍正,乾隆时期混合彩瓷 : https://blog.artron.net/space-1220784-do-blog-id-1315289.html
วันพุธที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2561
เครื่องเคลือบเขียนสีเมืองจีน (ตอนที่2)
รงควัตถุสีที่ใช้ในเครื่องเคลือบเขียนสี ถ้าใช้วัตถุดิบจำพวกพืชแบบหมึกที่ใช้ในการเขียนภาพวาดพู่กันจีน เมื่อผ่านการเผาแล้วสีจะจางหายไปทันที ช่างทำเครื่องเคลือบยุคโบราณจึงทอดสายตามาที่แร่ธาตุ พวกเขาค้นพบว่าผงแร่ธาตุจำนวนมากสามารถเผาออกมาให้สีแตกต่างกัน สารที่ทำให้ปรากฏเป็นสีคือออกไซด์ของโลหะที่เป็นสารประกอบอยู่ในแร่ธาตุ ธาตุโลหะเหล่านี้เมื่ออยู่ภายใต้ความเข้มข้น อุณหภูมิ บรรยากาศที่แตกต่างกัน ก็จะปรากฏสีออกมาไม่เหมือนกัน และเมื่อผสมธาตุโลหะหลายชนิดก็จะปรากฏออกมาเป็นสีใหม่ๆ
หลังจากสะสมประสบการณ์เรื่อยมาจนถึงยุคสมัยหยวน ช่างทำเครื่องเคลือบสามารถผสมวัตถุดิบจากแร่ธาตุที่ให้สีออกมาตามสเปกตรัมสีได้อย่างครบถ้วน โดยพื้นฐานไม่ว่าสีอะไรก็สามารถทำการเผาออกมาได้ ประกอบกับศิลปะจิตรกรรมบนเครื่องเคลือบที่สืบสานต่อๆกันมา ก่อเกิดเป็นรากฐานที่สำคัญต่อเทคโนโลยีอู๋ไฉ่ในยุคสมัยหมิงและชิง
【เครื่องเคลือบอู๋ไฉ่】 (五彩)
“อู๋” (五) ในอู๋ไฉ่เป็นตัวเลขสมมุติ ไม่ใช่มีเพียงแค่5สี ในยุคสมัยหมิงมีสี แดง เขียว แสด เหลือง ม่วง เป็นต้น มาถึงยุคสมัยชิงได้เพิ่มสี ดำ น้ำตาล น้ำเงิน ฯลฯ อู๋ไฉ่สามารถแบ่งออกเป็น2ชนิดคือ “อู๋ไฉ่ลายคราม” และ “อู๋ไฉ่บนเคลือบบริสุทธิ์”
▲明宣德·青花五彩莲池鸳鸯碗 ถ้วยอู๋ไฉ่ลายครามเป็ดหงส์·สมัยจักรพรรดิเซวียนเต๋อราชวงศ์หมิง (ปี1426-1435) : อู๋ไฉ่ลายคราม (青花五彩) เป็นการเขียนสีบนเคลือบขาวของเครื่องเคลือบลายคราม
▲清雍正·五彩龙凤纹碗 ถ้วยอู๋ไฉ่ลายมังกร·สมัยจักรพรรดิยุงเจิ้นราชวงศ์ชิง (ปี1723-1735) : อู๋ไฉ่บนเคลือบบริสุทธิ์ (纯釉上五彩) เป็นการเขียนสีบนเครื่องเคลือบขาวเรียบ
อู๋ไฉ่คิดค้นเผาประดิษฐ์ขึ้นอย่างเป็นทางการที่จิ่งเต๋อเจิ้นในยุคสมัยหมิงช่วงรัชศกเซวียนเต๋อ พัฒนาการอย่างพุ่งพรวดในรัชศกเจียจิ้งและว่านลี่ หลังจากนั้นมาก็ไม่ได้รับความสนใจและให้ความสำคัญ อาจเนื่องจากยุ่งยากซับซ้อนและต้นทุนการผลิตที่สูงกว่าลายคราม ตราบจนถึงรัชศกคังซีราชวงศ์ชิง อู๋ไฉ่ได้รับการฟื้นฟูพัฒนาขึ้นมา แล้วมีการคิดค้นเทคโนโลยีใหม่โดยใช้สีน้ำเงินซึ่งเป็นสีบนเคลือบทดแทนลายคราม ลดความยุ่งยากโดยไม่ต้องเผาทำลายครามออกมาก่อน เน้นรายละเอียดของอู๋ไฉ๋มากยิ่งขึ้น ให้สีเข้มฉูดฉาดร้อนแรง ไม่เล่นระดับสีให้มีน้ำหนักเข้มอ่อน เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับเฝินไฉ่ที่คิดค้นเผาประดิษฐ์ได้ในปลายรัชศกคังซีแล้ว อู๋ไฉ่จะถูกขนานนามว่า “สีกระด้าง” (硬彩) เฝินไฉ๋ก็เรียกขานกันว่า “สีละมุน” (软彩)
▲明嘉靖·五彩鱼藻纹盖罐 โถฝาปิดอู๋ไฉ่ลายปลาพืชใต้น้ำ·สมัยจักรพรรดิเจียจิ้งราชวงศ์หมิง (ปี1522-1566)
▲清康熙·五彩人物故事盘 จานอู๋ไฉ่ภาพเรื่องราวบุคคลสำคัญ·สมัยจักรพรรดิคังซีราชวงศ์ชิง (ปี1661-1722)
【เครื่องเคลือบโต้วไฉ่】 (斗彩)
โต้วไฉ่เป็นการผสมผสานกลมกลืนกันระหว่างลายครามกับอู๋ไฉ๋ ความแตกต่างของอู๋ไฉ่และโต้วไฉ่คือ : ด้านความรู้สึก—โต้วไฉ่ดูอ่อนโยนกว่า ด้านเทคนิค—อู๋ไฉ่เป็นการเขียนสีโดยตรงลงบนเคลือบเรียบ โต้วไฉ่คือเขียนลายครามสีใต้เคลือบเป็นภาพร่างก่อน แล้วค่อยๆเขียนอู๋ไฉ๋สีบนเคลือบลงในภาพร่าง ; ทำไมไม่เขียนสีภาพทั้งหมดอยู่บนเคลือบเล่า? อาจเป็นเพราะว่า เครื่องเคลือบอู๋ไฉ่จากเตาหลวงต้องการผลลัพธ์ออกมาเหมือนภาพวาดพู่กันจีนแบบเหมือนจริงที่ต้องใช้หมึกดำวาดภาพร่างออกมาก่อน แล้วจึงทำการระบายสี ปัญหาที่ต้องเผชิญของช่างทำเครื่องเคลือบยุคสมัยหมิงคือ ไม่มีรงควัตถุสีบนเคลือบที่เลียนแบบสีหมึกได้ จึงคิดวิธีใช้การเขียนลายครามเป็นภาพร่าง
▲明成化·鸡缸杯 ถ้วยตราไก่·สมัยจักรพรรดิเฉิงฮั่วราชวงศ์หมิง (ปี1465-1487) : สภาพลายครามภาพร่างที่เผาเสร็จครั้งแรก
▲明成化·鸡缸杯 ถ้วยตราไก่·สมัยจักรพรรดิเฉิงฮั่วราชวงศ์หมิง (ปี1465-1487) : สภาพโต้วไฉ่ที่เผาเสร็จสมบูรณ์หลังเขียนสีอู๋ไฉ่ให้กลมกลืนกับภาพร่าง
โต้วไฉ๋คิดค้นเผาประดิษฐ์ขึ้นในรัชศกเฉิงฮั่วราชวงศ์หมิง ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดก็คือ “ถ้วยตราไก่” สร้างความฮือฮาไปทั่วโลกที่ประมูลขายได้1.1พันล้านบาท จักรพรรดิเฉิงฮั่วนิยมชมชอบโต้วไฉ่มาก นี่คงเกี่ยวข้องกับอุปนิสัยของพระองค์ที่มีจิตใจบอบบางอ่อนแอ จะใม่สนใจต่อสีที่มีโทนเข้มร้อนแรง
▲明成化·斗彩鸡缸杯半成品 ถ้วยตราไก่กึ่งสำเร็จรูป·สมัยจักรพรรดิเฉิงฮั่วราชวงศ์หมิง ขุดค้นพบที่ซากเตาหลวงจูซานจิ่งเต๋อเจิ้นในปี 1990
▲明成化·斗彩鸡缸杯 ถ้วยตราไก่·สมัยจักรพรรดิเฉิงฮั่วราชวงศ์หมิง ประมูลเมื่อปี2014 HKD281,000,000 : “鸡” (ji ; ไก่) พ้องเสียงกับ “吉” (ji ; ดี) เป็นสัญลักษณ์มงคลหมายถึง “เป็นสุข” (美好) ; พ่อไก่แม่ไก่2ตัวและลูกไก่3ตัว หมายถึงตัวไก่มี “ห้าคุณธรรม” (五德) คือ นักปราชญ์(文也 หงอนไก่—ผู้สวมมงกุฎ) นักรบ(武也 เดือยไก่—มีอาวุธติดกาย) กล้าหาญ(勇也 ชนประจัญบานกับศัตรู) ความดี(仁也 ออกหากินโดยพร้อมเพียง) ไว้ใจ(信也 ขันตรงต่อเวลาไม่พลาด) ; เป็นภาพวาดที่แสดงถึงบรรยากาศของครอบครัวที่รักใคร่กลมเกลียว การดำรงชีวิตอย่างสันติสุข
【เครื่องเคลือบฝ้าหลางไฉ่】 (珐琅彩)
“ฝ้าหลาง” หรือ “การลงยา” (Enamel) กำเนิดขึ้นทางโลกตะวันตก โดยใช้ฟริต (Frit : ผงแก้วผสมออกไซด์โลหะต่างๆ) ผสมกับน้ำเป็นยาสีนำมาเขียนลงบนภาชนะโลหะ ถ่ายทอดเข้าสู่เมืองจีนในปลายยุคสมัยหยวน เมื่อถึงยุคสมัยหมิงเทคโนโลยีนี้ได้รับการพัฒนาจนปรับให้เข้ากับท้องถิ่น โดยเรียกชื่อเป็นทางการว่า “การลงยาฝ้าหลางบนทองแดง” (铜胎掐丝珐琅) ซึ่งก็คือ “จิ่งไท่หลาน” (景泰蓝 : Cloisonne) อันโด่งดังที่เป็นชื่อเรียกทั่วไปในยุคหลัง
▲明景泰·掐絲琺瑯番蓮紋盒 台北故宮博物院藏 กล่องลงยาฝ้าหลางลายดอกเสาวรส·สมัยจักรพรรดิจิ่งไท่ราชวงศ์หมิง (ปี1450-1456) เก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑสถานกู้กงกรุงไทเป
ฝ้าหลางไฉ่ที่พูดถึงในปัจจุบันเป็นการบ่งชี้เฉพาะเครื่องเคลือบ มีชื่อเฉพาะทางเทคนิคว่า “การเขียนสีฝ้าหลางบนเครื่องเคลือบ” (瓷胎画珐琅) จักรพรรดิคังซีดลบันดาลให้ริเริ่มทำการทดลองการเขียนสีฝ้าหลางบนเครื่องเคลือบขึ้นในพระราชวังกรุงปักกิ่ง ตั้งแต่รัชศกคังซีปี27ถึง59 รวมเสียเวลาทั้งหมด32ปีจนประสบความสำเร็จ ในช่วงเวลานั้นรงควัตถุสีฝ้าหลาง(ฟริต)ล้วนต้องนำเข้าจากยุโรป
เครื่องเคลือบฝ้าหลางไฉ่ในยุคจักรพรรดิคังซีเป็นการเขียนสีเต็มพื้นที่(ลักษณะแนวเดียวกันแบบจิ่งไท่หลาน) ยังมีการเขียนสีฝ้าหลางบนปั้นจื่อซา ตัวเครื่องเคลือบในสมัยนั้นถูกลดระดับเป็นเพียงพาหะของฝ้าหลาง ต่อมาจักรพรรดิยุงเจิ้นริเริ่มทำเครื่องเคลือบขาวเขียนสีฝ้าหลาง แล้วก็เริ่มใช้รงควัตถุสีฝ้าหลางที่ผลิตได้ในประเทศ ถือเป็นยุคสมัยที่เครื่องเคลือบฝ้าหลางไฉ่มีมาตรฐานสูงที่สุด ศิลปหัตถกรรมงามวิจิตรที่สุด เมื่อถึงยุคจักรพรรดิเฉียนหลงค่อยๆปรับเปลี่ยนไปทางเฝินไฉ่ ฝ้าหลางไฉ่ได้ถึงกาลอวสานหลังรัชศกเฉียนหลง
▲清康熙·胭脂红地珐琅彩开光花卉纹碗 ถ้วยฝ้าหลางไฉ่พื้นแดงม่วงเข้มลายดอกไม้บูชา·สมัยจักรพรรดิคังซีราชวงศ์ชิง (ปี1661-1722)
▲清康熙·紫砂珐琅五彩四季花卉海棠式壶 ปั้นจื่อซาฝ้าหลางไฉ่ลายดอกไม้บานสะพรั่ง·สมัยจักรพรรดิคังซีราชวงศ์ชิง (ปี1661-1722)
เครื่องเคลือบฝ้าหลางไฉ่มีความพิเศษเฉพาะอย่างหนึ่ง ก็คือมันไม่เคยเสด็จออกจากพระราชวังเลย เป็นได้แค่ศิลปหัตถกรรมเครื่องปั้นดินเผาที่เป็นเครื่องใช้เฉพาะสำหรับพระราชวัง มันเริ่มจากจิ่งเต๋อเจิ้นทำการเผาเครื่องเคลือบสีขาวบริสุทธิ์ คัดเลือกใบที่สมบูรณ์ไม่มีตำหนิแล้วนำส่งไปปักกิ่ง ต่อจากนั้นอาจารย์จิตรกรเป็นผู้ทำการเขียนสีฝ้าหลางแล้วนำไปเผาผลิตใหม่เป็นครั้งที่2ในโรงงานราชสำนัก เครื่องเคลือบฝ้าหลางไฉ่จึงเป็นเครื่องเคลือบที่เผาผลิตเพื่อพระราชวังโดยเฉพาะ จำนวนการผลิตจึงน้อยมาก ผลงานทุกชิ้นล้วนเป็นงานล้ำเลิศ ในระยะเวลา200ปีตั้งแต่กำเนิดมา ไม่มีผู้ไดเคยได้ใช้นอกจากจักรพรรดิ
▲清雍正·珐琅彩花鸟纹玉壶春瓶 แจกันฝ้าหลางไฉ่ลายนกดอกไม้·สมัยจักรพรรดิยุงเจิ้นราชวงศ์ชิง (ปี1723-1735)
▲清乾隆·珐琅彩勾莲纹象耳瓶 แจกันหูช้างฝ้าหลางไฉ่ลายเกาเหลียน·สมัยจักรพรรดิเฉียนหลงราชวงศ์ชิง (ปี1735-1796)
▲清乾隆·珐琅彩杏林春燕图碗 ถ้วยฝ้าหลางไฉ่ลายนกโบยบินในสวนต้นแอปริคอท·สมัยจักรพรรดิเฉียนหลงราชวงศ์ชิง (ปี1735-1796) ประมูลเมื่อปี2006 HKD151,300,000
【เครื่องเคลือบเฝินไฉ่】 (粉彩)
เฝินไฉ่คิดค้นเผาประดิษฐ์ขึ้นในช่วงปลายรัชศกคังซี เป็นผลิตภัณฑ์หนึ่งของจิ่งเต๋อเจิ้นที่มีอู๋ไฉ่เป็นพื้นฐานแล้วทำการเลียนแบบฝ้าหลางไฉ่ ช่างฝีมือของจิ่งเต๋อเจิ้นอาศัยลักษณะพิเศษของเฝินไฉ่มาแสวงหาเอกลักษณ์แบบฝ้าหลางไฉ่ เพื่อให้มันสามารถแพร่หลายในหมู่ประชาชนทั่วไป
▲清康熙·粉彩瓷 จานเฝินไฉ่·สมัยจักรพรรดิคังซีราชวงศ์ชิง (ปี1661-1722)
ฝ้าหลางไฉ่เป็นฟริตนำเข้าที่ประกอบด้วยธาตุโบรอนและอาร์เซนิก(สารหนู)เป็นจำนวนมาก ซึ่งในเครื่องเคลือบเมืองจีนยุคก่อนไม่มีแร่ธาตุสองชนิดนี้ดำรงอยู่ แร่ธาตุสองชนิดนี้เป็นตัวทำอิมัลชั่น (Emulsion) ทำให้สามารถเขียนสีที่มีลักษณะสีหนาและระดับเข้มอ่อนออกมาได้ อู๋ไฉ่ไม่มีใช้ตัวทำอิมัลชั่น สีที่ระบายลงบนเครื่องเคลือบจะบาง ไม่มีการเปลี่ยนแปลงทางระดับเข้มอ่อน ช่างทำเครื่องเคลือบเพื่อให้อู๋ไฉ่เขียนสีออกมามีเอกลักษณ์แบบฝ้าหลางไฉ่ จึงได้คิดค้นประดิษฐ์ฟริตตะกั่ว (玻璃白) สรุปแบบย่อๆก็คืออู๋ไฉ่ที่ใช้ฟริตตะกั่วก็คือเฝินไฉ่
▲仿清乾隆粉彩摇铃尊的细节 รายละเอียดที่เขียนสีลอกลายแจกันหยาวหลิงจูนเฉียนหลง : กลีบดอกไม้ใช้ฟริตตะกั่วขาวลงพื้น สีหนา ใบที่อยู่รอบข้างไม่มีฟริตตะกั่วปูพื้น สีบาง ไม่มีระดับเข้มอ่อน เป็นวิธีการเขียนสีแบบอู๋ไฉ่
ขั้นตอนการเขียนสีเฝินไฉ่ เริ่มจากการเขียนวาดภาพร่างบนเครื่องเคลือบขาวที่เผาเสร็จแล้ว หลังจากนั้นระบายฟริตตะกั่วขาวลงในขอบเขตที่ออกแบบไว้ แล้วเขียนสีบนฟริตตะกั่วขาว บนฟริตตะกั่วขาวสามารถทำการละเลงสี ตัวอย่างเช่นกลีบดอกไม้ สามารถเปลี่ยนระดับเข้มอ่อนจากในสู่นอกได้ ให้ความรู้สึกที่มีมิตินูนเว้า สีมีความอ่อนละมุนและทึบแสง ดังนั้น เฝินไฉ่ก็มีอีกชื่อหนึ่งว่า “สีละมุน” อู๋ไฉ่เมื่อโดยการเทียบเคียงแล้วก็เรียกขานว่า “สีกระด้าง”
▲ขั้นตอนการเขียนสีเฝินไฉ่-1 : สีขาวที่อยู่ในบริเวณกลีบดอกไม้ก็คือฟริตตะกั่วขาวที่เติมเสร็จเรียบร้อยแล้ว
▲ขั้นตอนการเขียนสีเฝินไฉ่-2 : เขียนสีลงบนฟริตตะกั่วขาว
▲ขั้นตอนการเขียนสีเฝินไฉ่-3 : ผลลัพธ์ที่เผาเสร็จเรียบร้อยแล้ว
เฝินไฉ่ถือเป็นผลิตภัณฑ์หลักตัวหนึ่งที่เป็นน้องสุดท้องของเครื่องเคลือบดินเผาเมืองจีน กำเนิดขึ้นมาก็กลายเป็นอัยยะแห่งเครื่องเคลือบ—คู่ต่อกรสำคัญของลายคราม การผันแปรของมันล้วนอยู่ภายใต้ระดับสีที่มีน้ำหนักเข้มอ่อนเลียนแบบสีธรรมชาติ แสวงหาศิลปะจิตรกรรมเหมือนจริง การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้เป็นพลังทางการแสดงถึงการก้าวกระโดดของเครื่องเคลือบเขียนสีเมืองจีน และแสดงให้เห็นถึงการรับอิทธิพลศิลปกรรมของตะวันตก
▲清乾隆·藍地粉彩花鳥紋天球瓶 แจกันเฝินไฉ่พื้นน้ำเงินลายนกดอกไม้·สมัยจักรพรรดิเฉียนหลงราชวงศ์ชิง (ปี1735-1796)
การจำแนกฝ้าหลางไฉ่และเฝินไฉ่เป็นเรื่องที่ยากมาก เพราะมีลักษณะที่ใกล้เคียงกันมาก ผู้เชี่ยวชาญยังมีโอกาสพลาดพลั้งได้ ไม่ว่ามีการอ้างอิงลักษณะพิเศษเฉพาะบางอย่างมาใช้ในการแยกแยะ แต่ก็ไม่ถูกต้องตายตัวเสมอไป แม้ว่า “ฝ้าหลางไฉ่” ที่ทำจากโรงงานราชสำนักในพระราชวัง และ “เฝินไฉ่” ที่ทำจากเตาหลวงในจิ่งเต๋อเจิ้น ถือเป็นสองสิ่งที่มีฐานันดรต่างกัน ของในวังกับของนอกวัง มีแนวความคิดในการผลิตเครื่องเคลือบแตกต่างกัน แต่จากมุมมองด้านประวัติศาสตร์ตั้งแต่จุดกำเนิด พัฒนาการและเส้นทางการถ่ายทอดของพวกมันล้วนเหมือนกันอย่างแพะกับแกะ ต่างมีชื่อภาษาอังกฤษว่า “Famile Rose” เป็นการบ่งบอกว่าสองสิ่งนี้ในวัฒนธรรมตะวันตกไม่มีการนิยามและจำแนก ทำนองว่าต่างก็มาจากรากเหง้าเดียวกัน
▲清乾隆御制·珐琅彩 ‘古月轩’题诗花石锦鸡图双耳瓶--清雍正·官窑粉彩蝠桃寿纹橄榄瓶 (ซ้าย) แจกัน2หูฝ้าหลางไฉ่ลายไก่ฟ้าดอกไม้·สมัยจักรพรรดิเฉียนหลงราชวงศ์ชิง ประมูลเมื่อปี2005 HKD151,480,000 (ขวา) แจกันเฝินไฉ่ลายลูกท้อค้างคาว·สมัยจักรพรรดิยุงเจิ้นราชวงศ์ชิง ประมูลเมื่อปี2004 HKD4,150,000
เอกสารอ้างอิง :
1. 瓷器有七种彩,可别再只认得青花瓷了 : http://daily.zhihu.com/story/8963560
2. 什么是五彩,斗彩,珐琅彩和粉彩? : http://k.sina.com.cn/article_1652484947_627eeb53020007jop.html
3. 怎么去区分珐琅彩和粉彩 : https://kknews.cc/culture/j8495kl.html
-----…..-----…..-----…..-----…..-----…..-----…..-----…..-----
[หมายเหตุ] :
ในกลางยุคจักรพรรดิคังซี ยังมีเครื่องเคลือบเขียนสีอีกชนิดหนึ่งที่เรียกว่า “กว่างไฉ่” (广彩) เพื่อการส่งออกไปยังตลาดยุโรปโดยเฉพาะ โดยเครื่องเคลือบขาวทำจากจิ่งเต๋อเจิ้น แล้วส่งไปที่กว่างโจวเพื่อทำการเขียนสีบนเคลือบเฉกเช่นเฝินไฉ่ ลักษณะภาพวาดและสีสันตามแบบลักษณ์ของยุโรป
ในปลายยุคชิงต้นสาธารณรัฐ ได้คิดค้นการเขียนสีแบบ “เฉี่ยนเจี้ยงไฉ่” (浅降彩) ซึ่งกลายพันธุ์มาจากเฝินไฉ่ เป็นการเขียนภาพวิว คน นกและดอกไม้ และอีกแบบ “หลี่หลิงอู๋ไฉ่” (醴陵五彩) เป็นสีใต้เคลือบ เหมาะสำหรับทำเครื่องใช้ครัวเรือน จนถึงยุคปัจจุบัน ที่พัฒนาการเขียนสีแบบ “ซินไฉ่” (新彩) หรือการเขียนสียุคสมัยใหม่ที่ประยุกต์จากการเขียนสีแบบตะวันตก อันที่จริงเป็นการแสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยีการผลิตเครื่องเคลือบของเมืองจีนได้ล้าหลังยุโรปไปแล้ว
การเขียนสีแบบต่างๆข้างต้นและยังมีอีกหลายๆแบบ จะขอไม่นำเสนอในรายละเอียด แต่ถ้าสนใจการนำ ลายคราม ลายไฟ อู๋ไฉ่ โต้วไฉ่ ฝ้าหลางไฉ่ และเฝินไฉ่มาผสมผสานกันที่เรียกว่า “การเขียนสีคละเคล้า” โปรดติดตาม 《เครื่องเคลือบเขียนสีเมืองจีน (ตอนที่3)》 ซึ่งจะนำเสนอตามลำดับต่อไปในเฟซเพจนี้ !!
วันศุกร์ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2561
เครื่องเคลือบเขียนสีเมืองจีน (ตอนที่1)
วิวัฒนาการเคลือบและการเขียนสีของเครื่องเคลือบดินเผายุคโบราณของเมืองจีน คือจากไม่มีการเคลือบถึงมีการเคลือบ แล้วจากการเคลือบโมโนโครมถึงการเคลือบมัลติคัลเลอร์ ต่อจากนั้นก็จาก “สีใต้เคลือบ” ถึง “สีบนเคลือบ”
▲东汉·越窑青瓷罐 ไหศิลาดลเคลือบสีเดียวของเตาเผาเย่วยุคสมัยฮั่นตะวันออก (ปี25-220)
เครื่องเคลือบเขียนสี (彩瓷) มีประวัติความเป็นมายาวนาน ในยุคสมัยจิ้นตะวันออก (东晋) ได้ปรากฏเครื่องศิลาดลจำนวนมากที่ตกแต่งโดยการแต้มสีน้ำตาล มาถึงเครื่องเคลือบขาวเขียนสีเขียว ที่ขุดพบในสุสานฟ่านชุ่ย (范粹墓) ที่ฝังเมื่อปี575ในราชวงศ์ฉี (齐) ยุคสมัยเหนือใต้ (南北朝) แต่เครื่องเคลือบที่ตกต่างโดยการเขียนสีอย่างชำนาญการที่แท้จริงนั้น คือเริ่มจากเตาเผาฉางซา (长沙窑) ยุคสมัยถังได้ประดิษฐ์เครื่องเคลือบเขียนสีน้ำตาลเขียวออกมา
▲东晋·越窑系青釉褐斑四系壶 คนโทศิลาดล4หูแต้มสีน้ำตาลของเตาเผาเย่วยุคสมัยจิ้นตะวันออก (ปี317-420)
▲北朝的 “白瓷” เครื่องเคลือบขาวเขียนสีเขียว ที่ขุดพบในสุสานฟ่านชุ่ยที่ฝังเมื่อปี575ในราชวงศ์ฉียุคสมัยเหนือใต้ (ปี420-589)
【เครื่องเคลือบเขียนสีน้ำตาลเขียว】 (褐绿彩)
เป็นไปตามชื่อที่บอกเป็นนัย เป็นภาพวาดที่ระบายด้วยสีน้ำตาลและเขียว เตาเผาฉางซายุคสมัยถังสามารถทำการเผาประดิษฐ์เครื่องเคลือบเขียนสองสีออกมา ถือเป็นประดิษฐกรรมใหม่ แม้ว่าล่าสุดได้ขุดค้นพบเครื่องศิลาดลเขียนสีน้ำตาลยุคสามก๊ก แต่วงการนักวิชาการก็ยังยอมรับว่าเครื่องเคลือบเขียนสีน้ำตาลเขียวของเตาเผาฉางซาเป็นต้นตระกูลของเครื่องเคลือบเขียนสี
▲三国东吴·青釉褐彩羽化升仙图盖罐 คนโทฝาปิดศิลาดลเขียนสีน้ำตาลยุคง่อก๊กตะวันออกในสามก๊ก (ปี222-280)
▲唐代·长沙窑青釉点褐绿彩双系执壶 คนโทหูคู่ศิลาดลเขียนสีน้ำตาลเขียวของเตาเผาฉางซายุคสมัยถัง (ปี618-907) [ดั้งเดิมโดยการสังเกตด้วยสายตาและประสบการณ์เชื่อว่าเป็นการเขียนสีแบบ “สีใต้เคลือบ” แต่หลังจากวิทยาการก้าวหน้าโดยใช้เครื่องมือทางวิทยาศาสตร์พิสูจน์แล้วว่า การเขียนสีลักษณะแบบนี้น่าจะเป็น “สีบนเคลือบ” เผาที่อุณหภูมิสูง]
ทำไมเครื่องเคลือบเขียนสีน้ำตาลเขียวของเตาเผาฉางซาถึงไม่มีการบันทึกลงในหนังสือโบราณเล่า ตราบจนได้ขุดค้นพบซากเตาเผาถงกวน (铜官窑) ที่เมืองฉางซา-หูหนานในปี1956 เครื่องเคลือบเขียนสีชนิดแรกที่มีการบันทึกลงในหนังสือโบราณ คือเครื่องเคลือบขาวเขียนสีดำของเตาเผาฉือโจว (磁州窑) ยุคสมัยซ่ง
▲长沙铜官窑博物馆 พิพิธภัณฑสถานเตาเผาถงกวนฉางซา พิธีเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อเวลา 9:08 น.วันที่ 15 พ.ค.2018 เป็นที่จัดแสดงประวัติศาสตร์การพัฒนาทางศิลปวัฒนธรรมเครื่องเคลือบดินเผาของเตาเผาถงกวนฉางซาเป็นการเฉพาะ เก็บรักษาโบราณวัตถุอายุกว่า1200ปีของยุคสมัยถังมากกว่าแสนชิ้น ที่ขุดค้นพบทางโบราณคดีซากเตาเผาฉางซาในปี1956 รวมทั้งโบราณวัตถุที่งมขึ้นมาจากซากเรืออัปปาง「Batu Hitam」จำนวน162ชิ้นที่ซื้อมาเมื่อเดือน ธ.ค.2017
▲「黑石号」ปี825 เรือสำเภาพาณิชย์ของอาหรับชื่อ「Batu Hitam」ที่บรรทุกสินค้าเมืองจีนยุคสมัยถังเต็มลำเรือ ได้อัปปางบริเวณพื้นที่ทะเลใกล้เกาะเบลีตุง (Belitung) ทางด้านตะวันออกของหมู่เกาะชวา จมอยู่ใต้ทะเลเป็นเวลากว่า1000ปี จนถึงปี1998 บริษัทโบราณคดีใต้ทะเลเยอรมันได้ทำการขุดค้นซากเรือ พบสินค้าเมืองจีนกว่า 67,000 ชิ้น ในนี้เป็นเครื่องเคลือบของเตาเผาฉางซา 57,500 ชิ้น แสดงให้เห็น “Made in China” เมื่อกว่า1000ปีที่แล้วบนเส้นทางสายไหมทางทะเล และยืนยันสถานะของเตาเผาฉางซาเป็น “เตาเผาเพื่อการส่งออก” และ “โรงงานของโลก” และก็เป็นการพิสูจน์ประวัติศาสตร์อันรุ่งโรจน์ของเตาเผาฉางซา
【เครื่องเคลือบขาวเขียนสีดำ】 (白釉黑彩)
เครื่องเคลือบยุคสมัยซ่งซึ่งเจริญรุ่งเรืองอย่างมาก นอกจาก5เตาเผาอันโด่งดัง หรู่(汝) กวน(官) เกอ(哥) ติ้ง(定) จิน(钧) แล้วยังมี หลงเฉวียน(龙泉) ย้าวโจว(耀州) เจี้ยนหยาง(建阳) เป็นต้น ต่างเป็นเตาเผาที่ได้เปล่งรัศมีในช่วงเวลาหนึ่ง ล้วนทำสีเคลือบออกเป็นโมโนโครม การสร้างประเด็นทางสีบนผิวเคลือบ ก็มีเพียงเตาเผาฉือโจวที่ดำเนินการเขียนสีดำบนเครื่องเคลือบขาว เขียนสีตั้งแต่ยุคซ่งเหนือตราบจนถึงทุกวันนี้ ราวกับมีพลังขับเคลื่อนอย่าง “แม้นต้องผจัญกับเตาเผาเป็นพันเป็นหมื่น ข้าก็ขอลุยเดี่ยวอย่างองอาจทรนง”
▲磁州窯白地黑花菊紋帶蓋梅瓶 แจกันฝาปิดเคลือบขาวเขียนดอกเก๊กฮวยดำของเตาเผาฉือโจว RMB10,235,000
เตาเผาฉือโจวตั้งอยู่ในเมืองหานตาน-เหอเป่ย (河北邯郸) มีชื่อเสียงขึ้นมาพร้อมๆกันกับจิ่งเต๋อเจิ้น เครื่องเคลือบขาวเขียนสีดำเป็นการใช้พู่กันจีนจุ่มในสีดำแล้วเขียนสีบนผิวดินที่ผ่านการเผาดิบแล้วชุบด้วยดินขาวอีกชั้นหนึ่ง ต่อจากนั้นชุบน้ำเคลือบกระจกโปร่งใสทับชั้นหนึ่งจึงนำเข้าเตาเผาผลิตออกมา
▲北宋·磁州窯白地黑花龍鳳紋罐 โถเคลือบขาวเขียนลายหงส์มังกรดำของเตาเผาฉือโจวยุคซ่งเหนือ (ปี960-1127)
เครื่องเคลือบขาวเขียนสีดำเป็นการแสวงหาผลลัพธ์ของภาพวาดพู่กันจีน ระดับสีดำของภาพวาดพู่กันจีนจะมีน้ำหนักเข้ม-อ่อน ทำนองว่าสีหมึกแบ่งออกเป็น5เฉดสี แต่ทว่าสีดำของเตาเผาฉือโจวไม่สามารถทำถึงระดับนี้ได้ แม้จะมีระดับคอนคราสต์สูง แต่ดูไม่เป็นธรรมชาติ การแก้ไขปัญหาน้ำหนักเข้ม-อ่อนของสีก็คือเครื่องเคลือบลายครามที่มาทีหลัง
【เครื่องเคลือบลายคราม】 (青花)
มีคำบอกเล่าหนึ่งกล่าวว่า เครื่องเคลือบลายครามมีจุดกำเนิดจากเปอร์เซีย อดีตผู้คนเชื่อว่าเครื่องเคลือบลายครามปรากฏตัวในยุคสมัยหมิง แล้วสร้างปรากฏการณ์คลุ้มคลั่งเครื่องเคลือบลายครามเมืองจีนไปครึ่งค่อนโลก ความเป็นจริง เครื่องเคลือบลายครามยุคแรกสุดที่ยังดำรงอยู่ในปัจจุบันคือเป็นของยุคสมัยถัง แล้วในยุคสมัยหยวน ช่างฝีมือเขียนสีขาวดำใต้เคลือบกลุ่มใหญ่จากเตาเผาฉือโจว ยังมีช่าง10หมู่จากเตาเผาจี๋โจว (吉州) ต่างทยอยกันไปสวามิภักดิ์ต่อจิ่งเต๋อเจิ้น ช่วงเวลานั้นในเมื่อเตาเผาพื้นเมืองมีเทคโนโลยีพร้อม วัตถุดิบพร้อม จึงไม่แปลกที่ทำเครื่องเคลือบลายครามออกมาได้ เพียงแต่ว่าในระยะเริ่มต้นเครื่องเคลือบลายครามเป็นเพียงชนิดหนึ่งในเครื่องเคลือบเขียนสีที่มีอยู่อย่างหลากหลาย จึงไม่เป็นที่ดึงดูดความสนใจของมวลชน
▲「黑石号」沉船上打捞起的唐青花瓷器 เครื่องเคลือบลายครามยุคสมัยถังที่งมขึ้นมาจากซากเรืออัปปาง「Batu Hitam」
เครื่องเคลือบลายครามพัฒนาการขึ้นในพื้นบ้าน ดังระเบิลในต่างประเทศ ราชสำนักก็เพียงจัดเก็บภาษีเท่านั้น แต่ไม่ใช้ของที่ “สามัญ” เหล่านี้ และก็ไม่ทำการบันทึกใดๆเฉกเช่นเดียวกับเตาเผาฉางซา
▲元代·青花萧何月下追韩信梅瓶 แจกันลายครามเซียวเหอไล่จับหานซิ่นใต้แสงจันทร์ยุคสมัยหยวน (ปี1279-1368) ประมูลเมื่อปี2011 HKD840,000,000 เป็นราคาสูงที่สุดในบรรดาเครื่องเคลือบที่มีการประมูลกันมา
เครื่องเคลือบลายครามได้เข้าสู่พระราชวังคือเริ่มจากยุคราชวงศ์หมิง อธิบายอย่างง่ายๆก็คือ จูหยวนจาง (朱元璋 : ปฐมจักรพรรดิราชวงศ์หมิงปี1368-1398) พื้นเพเดิมเป็นสามัญชน ได้นำเครื่องเคลือบลายครามของชนชั้นล่างเข้าไปในสังคมชั้นสูง และมีการตั้งเตาหลวงขึ้นในจิ่งเต๋อเจิ้น หลังระยะการเปลี่ยนผ่านจากต้นรัชศกหงหวู่ เมื่อถึงรัชศกหย่งเล่อ เซวียนเต๋อ เฉินฮั่ว นับเป็นช่วงเวลาที่เครื่องเคลือบเขียนสียุคสมัยหมิงเจริญรุ่งเรื่องมากที่สุด
▲明宣德·猴子摘桃青花盘 จานลายครามลิงเด็ดลูกท้อสมัยจักรพรรดิเซวียนเต๋อราชวงศ์หมิง (ปี1426-1435) ใช้ “Mohammedan Blue” (苏麻离青) เป็นรงควัตถุสีน้ำเงิน ให้สีเข้มสดใสสว่าง และเกิดลักษณะ “แผ่ซ่าน” (晕散) และ “ผลึกสนิมเหล็ก” (铁锈斑)
▲晕散和铁锈斑 ภาพขยายลักษณะ “แผ่ซ่าน” และ “ผลึกสนิมเหล็ก” ของลายคราม
สามปัจจัยหลักของเครื่องเคลือบลายคราม คือ สีคราม สีใต้เคลือบ อุณหภูมิสูง
สีครามที่มีโคบอลท์ออกไซด์เป็นองค์ประกอบที่สำคัญ เมื่อผ่านอุณหภูมิสูงจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงิน เมื่อยังไม่ผ่านการเผาจะออกสีเทาดำ เริ่มต้นเป็นการวาดลายเส้น แล้วทำการระบายสีที่มีน้ำหนักเข้ม-อ่อนแตกต่างกันไป เมื่อขั้นตอนการเขียนสีเสร็จ ต่อจากนั้นก็ขึ้นน้ำเคลือบ โดยน้ำเคลือบปกคลุมอยู่บนภาพวาด นี่ก็คือปัจจัยหลักที่2ของเครื่องเคลือบลายคราม—สีใต้เคลือบ เครื่องเคลือบลายครามจะต้องเผาที่อุณหภูมิ1300°Cขึ้นไป จึงจะได้สีน้ำเงินปรากฏออกมาตามที่ต้องการ นี่ก็คือปัจจัยหลักที่3ของเครื่องเคลือบลายคราม—อุณหภูมิสูง
▲ปัจจัยหลักที่1--สีคราม ดูคล้ายน้ำหมึกออกเทาดำ พู่กันเรียวเล็กวาดลายเส้น พู่กันใหญ่ทำการระบายสีให้มีน้ำหนักเข้ม-อ่อน
▲ปัจจัยหลักที่2—สีใต้เคลือบ (ซ้าย) วาดลายเส้น (ขวา) ระบายสีน้ำหนักเข้ม-อ่อนแตกต่างกันไป
▲ปัจจัยหลักที่3—อุณหภูมิสูง 1300°Cขึ้นไป ปรากฏสีน้ำเงินลายคราม (ซ้าย) วิธีการเขียนลายครามโดยการวาดรูปภาพเป็นตัวหลัก (ขวา) วิธีการเขียนลายครามโดยการระบายฉากหลังเว้นพื้นที่ขาวเป็นรูปภาพ
【เครื่องเคลือบเขียนสีแดงเขียว】 (红绿彩)
เครื่องเคลือบเขียนสีแดงเขียวเป็นนวัตกรรมทางศิลปกรรมการตกแต่งที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวในกลางยุคสมัยจิน (金朝) กำเนิดขึ้นจากเตาเผาชาวบ้านทางภาคเหนือที่อยู่ใต้การปกครองของราชวงศ์จิน แล้วถ่ายทอดสู่จิ่งเต๋อเจิ้นในยุคสมัยหยวน ก่อนที่จะมีการศึกษาวิจัยเพื่อจำแนกเครื่องคลือบยุคซ่งเหนือกับยุคจิน นักวิชาการยุคก่อนจะเรียกขานเครื่องเคลือบชนิดนี้ว่า “ซ่งเจียไฉ่” (宋加彩 : การเติมสีแบบซ่ง)
▲金代·红绿彩瓶 เครื่องเคลือบเขียนสีแดงเขียวยุคสมัยจิน (ปี1122-1234) สีหลักๆคือ แดง เขียว เหลือง เขียนสีลงบนเคลือบขาว แต่ละสีต่างก็มีน้ำหนักเข้ม-อ่อนแตกต่างกันไป ใช้เหล็กออกไซด์เป็นรงควัตถุสีแดง
“เจียไฉ่” เป็นสองคำเชิงมโนภาพ คือสีที่เพิ่มเติมเข้าไปในภายหลัง ก็คือทำการเผาเครื่องเคลือบขาวก่อน หลังจากนั้นทำการเขียนสีลงบนผิวเคลือบ แล้วนำไปเผาอบที่อุณหภูมิต่ำ เพื่อให้สีซึมเข้าไปในเคลือบ เครื่องเคลือบเขียนสีแดงเขียวยุคจินถือเป็นเครื่องเคลือบเขียนสีบนเคลือบชนิดแรกในประวัติศาสตร์ ส่วนเครื่องเคลือบเขียนสีหลายชนิดที่กล่าวมาข้างต้น ล้วนเขียนสีบนเนื้อดิน ต่อจากนั้นจึงขึ้นน้ำเคลือบใสแล้วนำไปเผา เรียกขานกันว่า สีใต้เคลือบ
ยุคราชวงศ์หยวนได้ก่อตั้งสำนักเครื่องเคลือบฝูเหลียง (浮梁瓷局) เพื่อกำกับดูแลเตาหลวงที่จิ่งเต๋อเจิ้น เครื่องเคลือบเขียนสีแดงเขียวของจิ่งเต๋อเจิ้นบนพื้นฐานที่พัฒนาต่อเนื่องจากเครื่องเคลือบเขียนสีแดงเขียวของยุคก่อน เมื่อเพียบพร้อมด้วยความคิดสร้างสรรค์ และเป็นตัวเชื่อมเทคโนโลยียุคก่อนกับยุคที่จะตามมา มีผลสืบเนื่องก่อเกิดเป็นรากฐานที่มั่นคงต่อวิวัฒนาการเข้าสู่เครื่องเคลือบอู๋ไฉ่ (五彩 : เขียนสี5สี) ของจิ่งเต๋อเจิ้นในยุคสมัยหมิงและชิง
▲元代·红绿彩凤凰葡萄纹梅瓶 แจกันเขียนสีแดงเขียวลายนกฟินิกซ์องุ่นของจิ่งเต๋อเจิ้นยุคสมัยหยวน ถือเป็นผลิตภัณฑ์อนุพันธ์ของ “อู๋ไฉ่” ก็เรียกขานกันว่า “อู๋ไฉ่ต้นยุคจิ่งเต๋อเจิ้น”
【เครื่องเคลือบลายไฟ】 (釉里红)
เครื่องเคลือบลายไฟถือเป็นประดิษฐกรรมของจิ่งเต๋อเจิ้นในยุคสมัยหยวน ลักษณะพิเศษของลายไฟคือ “แผ่ซ่าน” เริ่มต้นการเผาประดิษฐ์ในช่วงเดียวกันกับเครื่องเคลือบลายคราม เนื่องจากยังไม่สามารถควบคุมปัจจัยการผลิตได้ดีพอ สีลายไฟที่เผาออกมาจะปรากฏไปทางเทาแดงหรือดำแดง ส่วนใหญ่ไม่ปรากฏสีแดงสดออกมาให้เห็น สุกงอมในยุคสมัยหมิง เจิดจ้าในยุคสมัยชิง
▲元代·釉里红云龙纹大口梅瓶 แจกันลายไฟมังกรเมฆยุคสมัยหยวน ประมูลเมื่อปี2013 HKD149,500,000
ลายไฟชนิดนี้คือสีแดงใต้เคลือบที่ใช้คอปเปอร์เป็นรงควัตถุสี เผาภายใต้บรรยากาศแบบรีดักชั่น จะต้องควบคุมอุณหภูมิในเตาเผาที่1300°Cอย่างคงที่บวกลบ10°C เพราะถ้าความร้อนสูงเกินไป สีจะซีดจางหายไป ความร้อนต่ำเกินไป สีจะเปลี่ยนเป็นสีดำ ยุคสมัยก่อนเผาด้วยเตาฟืน ไม่มีเครื่องวัดอุณหภูมิ อาศัยสายตาของช่างเผาโดยการสังเกตเปลวไฟ เป็นงานที่ยากลำบากมาก อัตราการสูญเสียจึงสูงมาก นี่ก็คือเหตุผลที่ทำไมเครื่องเคลือบลายไฟยุคโบราณมีจำนวนน้อยมากหลงเหลืออยู่ให้เห็นได้ในปัจจุบัน
▲瓷中瑰宝—釉里红 อัญมณีแห่งครื่องเคลือบ—ลายไฟ
【เครื่องเคลือบลายครามไฟ】 (青花釉里红)
การเผาประดิษฐ์เครื่องเคลือบลายไฟว่ายากมากแล้ว ยังมีที่ยากกว่า นั่นก็คือเครื่องเคลือบลายครามไฟ ลายครามคือน้ำเงินโคบอลท์ ลายไฟคือแดงคอปเปอร์ สองสิ่งนี้ต่างต้องการอุณหภูมิและบรรยากาศในเตาเผาไม่เหมือนกัน เมื่อนำสีใต้เคลือบสองชนิดนี้มาเผาบนภาชนะเดียวกัน ต้องควบคุมไฟกองเดียวกันที่สร้างความพึงพอใจต่อความต้องการของสองสีนี้ เป็นการอาศัยโชคสถานเดียว เครื่องเคลือบลายครามไฟยุคโบราณที่พบเห็นได้ในปัจจุบัน ความเป็นจริงเบื้องหลังของงานทุกชิ้นล้วนอยู่บนซากของเสียที่กองเป็นภูเขาเลากา ดังนั้น ในวงการโบราณวัตถุมีคำพังเพยว่า : ลายครามอุ้มไฟ ประเมินค่ามิได้
▲清乾隆·青花釉里红海水云龙纹抱月瓶 ขวดกลมลายครามไฟมังกรเมฆน้ำทะเลยุคจักรพรรดิเฉียนหลง
【เครื่องเคลือบเขียนสีแดง】 (矾红彩)
เรียกอีกชื่อหนึ่งว่าเครื่องเครื่องเคลือบขาวเขียนสีแดง (白釉红彩) มีทั้งแบบสีใต้เคลือบและสีบนเคลือบ ใช้เหล็กออกไซด์เป็นรงควัตถุสีแดง เนื่องจากใช้เฟอร์รัสซัลเฟตเป็นวัตถุดิบ จึงเรียกว่าแดงเกลือซัลเฟตของเหล็ก (矾红) สีแดงจากเหล็กเมื่อเปรียบเทียบกับสีแดงจากทองแดงแล้ว การเผาประดิษฐ์จะง่ายกว่ามาก สีแดงจากเหล็กไม่มีลักษณะ “แผ่ซ่าน” เนื้อสีบางเบาคล้ายสีอิฐ แบบลักษณ์ไม่เหมือนสีแดงจากทองแดง มีความรู้สึกไม่หนักแน่นฉูดฉาดดั่งลายไฟ
▲清雍正·矾红彩云龙纹盘 จานเขียนสีแดงมังกรเมฆยุคจักรพรรดิยุงเจิ้น
พัฒนาการของการเขียนสีแดงจะตามหลังการเขียนลายไฟอย่างกระชั้นชิดมาตลอด ลักษณะภาพวาดใกล้เคียงกัน และก็นำมาอยู่ร่วมชายคาเดียวกันกับลายคราม แล้วแอบอ้างว่าเป็นลายไฟมาตลอด พ่อค้าในยุคสมัยหมิงและชิงนำเครื่องเคลือบเขียนสีแดงมาขายเป็นเครื่องเคลือบลายไฟ แล้วก็การหลอกหลวงเช่นนี้ยังคงดำเนินต่อเนื่องมาจนถึงทุกวันนี้
▲清乾隆·青花矾红彩云龙戏珠纹长颈瓶 แจกันคอยาวลายครามแดงมังกรเมฆยุคจักรพรรดิเฉียนหลง
เครื่องเคลือบลายครามและอู๋ไฉ่ของราชวงศ์หมิง ถือเป็นจุดเปลี่ยนครั้งยิ่งใหญ่ของประวัติศาสตร์เครื่องเคลือบ เครื่องเคลือบเขียนสีต่างๆนานาของที่ผ่านมา เพียงแพร่หลายในหมู่ประชาชนทั่วไป ราชสำนักและสังคมชั้นสูงยังใช้เครื่องเคลือบโมโนโครม ในสายตาของพวกเขา เครื่องเคลือบสีเขียวอ่อนที่ละเอียดประณีตจึงถือเป็นของดีของเด่น เครื่องเคลือบเขียนสีเป็นของนอกสายตาไม่ได้อยู่ในสารบบ เมื่อสามัญชนได้ป่าวร้องให้ก้องโลก บุกทะลุทะลวงได้เข้าไปในพระราชวัง รัชศกหงหวู่เตาหลวงในจิ่งเต๋อเจิ้นได้ทำการเผาผลิตเครื่องเคลือบลายครามให้วัดหลวง (太庙) นี่เป็นครั้งแรกที่เครื่องเคลือบเขียนสีได้เข้าไปในระบบพระราชพิธี
ต่อมา จอกลายครามจับถนัดมือของจักรพรรดิหย่งเล่อ ถ้วยลายครามอู๋ไฉ่ลายเป็ดหงส์ของจักรพรรดิเซวียนเต๋อ เป็นสัญญาณที่บ่งชี้เครื่องเคลือบเขียนสีได้เป็นเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันของสังคมชั้นสูง ตราบจนถึงสมัยชิง การเขียนสีได้เข้ามาแทนที่การเคลือบสีเดียว กลายเป็นกระแสหลักของเครื่องเคลือบ
▲明永乐·青花压手杯 จอกลายครามจับถนัดมือของจักรพรรดิหย่งเล่อราชวงศ์หมิง (ปี1403-1424)
▲明宣德·青花五彩莲池鸳鸯碗 ถ้วยลายครามอู๋ไฉ่เป็ดหงส์สมัยจักรพรรดิเซวียนเต๋อราชวงศ์หมิง (ปี1426-1435)
เอกสารอ้างอิง :
1. 瓷器有七种彩,可别再只认得青花瓷了 : http://daily.zhihu.com/story/8963560
2. 窑望千年 盛世归来 | 长沙铜官窑博物馆开馆! : https://www.sohu.com/a/231558679_390714
3. 青花瓷的三个要素 : https://zhuanlan.zhihu.com/p/21640192
-----…..-----…..-----…..-----…..-----…..-----…..-----…..-----
[หมายเหตุ] : การตกแต่งเครื่องเคลือบโดยการเขียนสี จาก “สีใต้เคลือบ” พัฒนาการไปถึง “สีบนเคลือบ” ต้นยุคราชวงศ์ชิงเป็นยุคที่เครื่องเคลือบเขียนสีพัฒนาถึงจุดสุดยอด ไม่ว่าเทคโนโลยีการทำเลียนแบบเครื่องเคลือบเขียนสีใต้เคลือบที่ล้ำยุคกว่าของยุคสมัยหยวนและหมิง แล้วยังสร้างประดิษฐกรรมการเขียนสีบนเคลือบแบบ อู๋ไฉ่ (五彩) โต๋วไฉ่ (斗彩) ฝ้าหลางไฉ่ (珐琅彩) เฝินไฉ่ (粉彩) เป็นต้น สร้างสรรค์ผลงานที่มีแบบลักษณ์ สุนทรียศิลป์ เป็นที่โจษขานจนถึงทุกวันนี้ !
สนใจการเขียนสีบนเคลือบแบบ อู๋ไฉ่ โต๋วไฉ่ ฝ้าหลางไฉ่ เฝินไฉ่ โปรดติดตาม 《เครื่องเคลือบเขียนสีเมืองจีน (ตอนที่2)》 ซึ่งจะนำเสนอตามลำดับต่อไปในเฟซเพจนี้ !!
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)

































































