มีคนถามว่า “88 ชิง” ผ่านการตรวจสอบมาตรฐาน 5M1E (เครื่องจักร, วัตถุดิบ, วิธีการ, สภาพแวดล้อม, การวัดผล) แล้วหรือยัง?
เรื่องนี้ทำให้ผู้บรรยายนึกถึงประโยคที่ได้ยินบ่อยๆว่า “บริษัทธุรกิจชา 3 หมื่นแห่งในจีนสู้ลิปตันเพียงแบรนด์เดียวก็ไม่ได้” งั้นก็ลองมาคุยเรื่องนี้กันตามตรรกะที่ว่า :
• ก่อนอื่นมาว่ากันตามเรื่องมาตรฐาน 5M1E
นี่คือมาตรฐานตรวจสอบคุณภาพของ“สินค้าอุตสาหกรรม” การเอามาตรฐานนี้มาใช้กับชาเก่าผู่เอ่อร์ที่ผ่านพัฒนาการตามธรรมชาติมา 30 ปี ถือเป็นการเปรียบเทียบที่ผิดที่ผิดทางตั้งแต่แรกแล้ว
ความล้ำค่าของ“88 ชิง”อยู่ที่มัน“ไม่สามารถจำลองด้วยสายการผลิตได้” วัตถุดิบจากเขาชาเฉพาะเจาะจง สภาพอากาศของปีนั้นๆ และการเก็บรักษาของโรงงานแต่ละแห่ง ล้วนเป็นสิ่งที่ไม่สามารถซ้ำรอยเดิมได้
การที่คุณนำมาตรฐาน 5M1E ไปวัดมัน ก็เหมือนกับการไปขอ“ใบรับรองมาตรฐาน ISO”จากกวี หลี่ไป่ (李白) นั่นแหละ ไม่ใช่ชาวัดไม่ได้ แต่คุณใช้ไม้บรรทัดผิดเล่ม
• กลับมาที่เรื่อง “บริษัทธุรกิจชา 3 หมื่นแห่งสู้ลิปตันไม่ได้”
ประโยคนี้ฟังดูน่าตกใจ แต่ลองคิดดูดีๆ ตวามสำเร็จของลิปตันคือ “ความสำเร็จบนการทำลายทางเลือก” ชาผงที่เหมือนกันทั้งโลก ถุงชาแบบเดียวกัน คุณไปที่ไหนบนโลก ลิปตันก็รสชาติเดิม
นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นตรรกะที่เลี่ยงไม่ได้ของทุนนิยม :---
- มาตรฐาน = ขยายขนาดได้
- ขยายขนาดได้ = ต้นทุนต่ำลง
- ต้นทุนต่ำลง = บีบให้คู่แข่งตายจาก
- คู่แข่งตายจาก = ตลาดเหลือแค่รสชาติเดียว
ทุนนิยมโดยธรรมชาติจะไม่ชอบความหลากหลาย เพราะความหลากหลายหมายถึงล็อตการผลิตเล็ก แต่ต้นทุนสูงและจำลองอยาก สิ่งที่ทุนนิยมชอบคือ สูตรการผลิตเดียว สายการผลิตเดียว แล้วขายของสิ่งเดียวกันใน 100 ประเทศ
ลองดู McDonald’s, CoCa-Cola หรือ Starbucks นี่สิ ทั้งหมดเดินบนเส้นทางนี้
• แล้วชาจีนละ?
ชาหลงจิ่งก็มีรสสดชื่นของหลงจิ่ง ชาผู่เอ่อร์ก็มีความหนานุ่มของผู่เอ่อร์ ชาวู่หยีเหยียนฉาก็มีสุนทรียภาพแห่งกระดูกของเหยียนฉา ชาตันฉงก็มีกลิ่นหอมของตันฉง
ไม่ใช่ว่าพวกเราทำชามาตรฐานแบบลิปตันไม่ได้ แต่เรา“ไม่ต้องการบีบอัดตัวเองให้เหลือรสชาติเดียว”
ความ“กระจัดกระจาย”ของชาจีน นี่แหละคือหลักฐานว่าทุนนิยมยังไม่ชนะอย่างเบ็ดเสร็จ บริษัทธุรกิจชาขนาดเล็ก 3 หมื่นแห่ง พันกว่าสายพันธุ์ชา เขตพื้นที่ชานับไม่ถ้วน ทุกที่ยังคงดำรงอยู่ได้ แสดงว่าทุนนิยมยังไม่สามารถกลืนพวกเขาทั้งหมดได้
คุณอาจบอกว่า นั่นแสดงว่าพวกเขาอ่อนแอ แต่ถ้ามองอีกมุมหนึ่ง ความอ่อนแอนั่นแหละบางครั้งก็คือแนวป้องกันสุดท้าย หญ้าจะไม่ถูกต้นไม้ใหญ่ทับตาย เพราะหญ้าไม่ได้ใช้ชีวิตตามมาตรฐานของต้นไม้ใหญ่
• เบื้องหลังเรื่องนี้คือ “ความแตกต่างของสองอารยธรรม”
อารยธรรมจีนไม่เคยพูดถึง “ความเป็นระเบียบเรียบร้อยเหมือนกันหมด/整齐划一” ในภาษาจีนกล่าวว่า “ความปรองดองทำให้เกิดสรรพสิ่ง ความเหมือนกันทำให้ไม่ต่อเนื่อง/和实生物,同则不继” ขงจื้อสอนเรื่อง“ปรองดองแต่แตกต่าง/和而不同” เราเคารพความแตกต่าง และดำรงอยู่ได้ด้วยความแตกต่าง
8 ตระกูลอาหาร, 5 งิ้วโรงใหญ่, 100 ภาษาถิ่น, 56 ชนเผ่า ต่างพูดภาษาของตน ใส่เครื่องแต่งกายของตน ฉลองเทศกาลตัวเอง แต่กลับมานั่งดื่มชาจอกเดียวกันได้ นี่ไม่ใช่ความวุ่นวาย แต่เป็น“ความสามารถ”
ชาเฉกเช่นเดียวกัน บริษัทธุรกิจชา 3 หมื่นกว่าแห่ง พันกว่าสายพันธุ์ชา ไม่ได้กระจัดกระจายเพราะอ่อนแอ แต่เป็นหลักฐานที่สะท้อนถึงอารยธรรมจีนที่“มีความหลากหลายร่วมกัน” และสืบทอดชีวิตอย่างยั่งยืนต่างหาก
• ถ้าคนทั้งประเทศจีนดื่มแต่ลิปตัน นั่นแหละคือหายนะที่แท้จริง
มันไม่ใช่แค่เรื่องบริษัทธุรกิจชาเจ๊ง แต่มันคือการที่คุณเดินเข้าร้านไหนก็ได้ แล้วเจอชาเพียงแบบเดียว รสเดียว โดยที่คุณไม่มีสิทธิ์เลือก
คนจีนดื่มชา ไม่ได้ดื่มเพื่อแก้กระหายเท่านั้น แต่เราดื่มเพื่อ“การพินิจสรรพสิ่งเพื่อรู้แจ้ง/格物致知” การได้สัมผัสถึงเขาชา ฤดูกาล กรรมวิธีผลิตและฝีมือการปรุงชา โดยผ่านชาที่แตกต่างกันแต่ละจอก
ชาหลงจิ่งที่ดีสักจอก สามารถบอกคุณได้ว่าฤดูใบไม้ผลิปีนั้นหนาวเย็นผิดปกติหรือไม่ ชาเก่าผู่เอ่อร์เพียงจอกเดียว สามารถทำให้คุณลิ้มรสความหนาที่กาลเวลาทิ้งเอาไว้ นี่แหละคือสิ่งที่เรียกว่า“ฟ้าและมนุษย์รวมเป็นหนึ่ง”
ชาแต่ละชนิดคือการสนทนาระหว่าง“ดินน้ำลมไฟ”กับ“ผู้คน”ในท้องถิ่นนั้นๆ แต่ลิปตันได้ตัดขาดสายสัมพันธ์นี้ทิ้งไป คุณจะไม่รู้ว่ามันมาจากที่ดินผืนไหน สายพันธุ์อะไร ยิ่งไม่ทราบว่าใครเป็นทำ มันเป็นเพียง“เครื่องดื่มอุตสาหกรรม”แก้วหนึ่งเท่านั้น
ดังนั้น ปัญหาที่แท้จริงไม่ใช่เรื่องใครเก่งกว่าใคร ลิปตันวิ่งได้ดีในลู่วิ่งของเขา พวกเรายอมรับ แต่สิ่งที่เราปกป้องไว้คือ“อีกลู่วิ่งหนึ่ง” ลู่วิ่งที่ทำให้คุณมีทางเลือก ลู่วิ่งที่ทำให้คุณดื่มด่ำกับกาลเวลาแห่งขุนเขาและสายน้ำ ทำให้คุณมองเห็นโลกทั้งใบในน้ำขาเพียงจอกเดียว
คำกล่าวที่ว่า“บริษัทธุรกิจชา 3 หมื่นแห่งสู้ลิปตันไม่ได้”นั้น...ผิด ความจริงคือธุรกิจชา 3 หมื่นแห่งช่วยกันประคอง“ทางเลือก”ของชาจีนเอาไว้ ลิปตันชนะในแง่ยอดขาย แต่ชาจีนชนะในแง่“วิถีชีวิต” และก็วิถีชีวิตนี่แหละคือพลังใจที่แท้จริงของอารยธรรม
จีนเป็นประเทศหนึ่ง...ซึ่งไม่ต้องพูดซ้ำ แต่จีนยังเป็น“อารยธรรม”หนึ่งด้วย เป็นอารยธรรมโบราณเพียงหนึ่งเดียวในโลกที่สืบเนื่องมาไม่ขาดสาย และ“ชาจีน”ก็คือหนึ่งในสื่อกลางที่สำคัญที่สืบทอดอารยธรรมนี้
ประเทศถูกนิยามด้วยเขตพรมแดน แต่อารยธรรมถูกนิยามด้วยตัวอักษร จารีต ปรัชญา ฝีมือช่าง และชาที่ส่งต่อกันรุ่นสู่รุ่น
- พวกเราจดจำลักษณะของขุนเขาและลำน้ำได้ผ่านชา : หลงจิ่งทำให้เรานึกถึงทะเลสาบซีหู, ผู่เอ่อร์ทำให้เรานึกถึงอวิ๋นหนาน, เหยียนฉาทำให้เรานึกถึงวู่เหยีซาน
- พวกเราจดจำรสชาติของกาลเวลาได้ผ่านชา : ก่อนเชงเม้ง, ก่อนฝนตก, การเด็ดยอดชาแรกของปี, ชาเก่าบ่มนาน
- พวกเรากระทั่งเรียนรู้การใช้ชีวิตผ่านชา : ชาต้องค่อยๆชง คนต้องค่อยๆคบหา, ชามีร้อยรส คนมีร้อยแบบ
สิ่งเหล่านี้ไม่ได้อยู่ในสายการผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่มันอยู่ในการสืบทอดทางอารยธรรม
ลิปตันใช้ “รสชาติที่เป็นหนึ่งเดียว” พรากสิทธิ์ในการเลือกไปจากคุณ
ชาจีนทำให้คนจีนทุกคนได้ลิ้มรส “กาลเวลา ขุนเขาและสายน้ำ” ของตนเอง
เอกสารอ้างอิง:
1. 别再被“三万茶企干不过立顿”骗了 : http://xhslink.com/o/2yHl0vCK9BX



