วันศุกร์ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2569

ต้นโบราณที่คุณคลั่งไคล้ เป็นการจ่ายค่าโง่ให้กับความไม่รู้ของคุณ


     หัวข้อนี้ดูจะมีการเสียดสีเล็กน้อย อาจทำให้บางคนโกรธเคือง และอาจทำให้บางคนปวดจี๊ดๆ

     แต่ถ้าหากคุณยอมอ่านบทความนี้จนจบ คุณอาจพบว่าประโยคดังกล่าวไม่ได้เป็นการดูหมิ่นคนดื่มชา แต่เป็นเครื่องเตือนใจถึงจิตใต้สำนึกส่วนรวม


     ในโลกของชาผู่เอ่อร์ มีสองเหตุการณ์ที่ดำเนินไปพร้อมกันได้โดยไม่ขัดแย้งกัน :

      - หนึ่งคือตำนาน “88 ชิง” ถูกเล่าขานซ้ำแล้วซ้ำเล่า

      - หนึ่งคือความคลั่งไคล้ในการตามล่า “ต้นโบราณ” เพิ่มสูงขึ้นวันแล้ววันเล่า


     สองเหตุการณ์นี้ดูเสมือนเกี่ยวข้องกัน ที่ผู้คนตามล่าต้นโบราณก็เพื่อเก็บไว้ให้กลายเป็น“88 ชิง”ตัวต่อไปมิใช่หรือ?

     แต่ถ้าเราลองพิจารณาดูให้ดีๆ ในนี้แฝงไว้ซึ่งความย้อนแย้งทางตรรกะ


     ทุกวันนี้ผู้คนคลั่งไคล้ในการตามล่าต้นโบราณ ดูเหมือนพวกเราจะยอมรับโดยปริยายอยู่ก่อนแล้วว่า ต้นโบราณคือชาดี อายุต้นยิ่งมากหมายถึงคุณภาพก็ยิ่งดี

     แต่เรื่องราวของ “88 ชิง” กลับเกิดความขัดแย้งกับการยอมรับเบื้องต้นนี้


     เจาะเวลาหาอดีต โดยย้อนกลับไป 30 กว่าปีก่อน ชาดิบผู่เอ่อร์อวิ๋นหนานรุ่นเกรด 7542 (ต่อมาถูกเรียกขานเป็น “88 ชิง”) ได้ถือกำเนิดขึ้นมา เมื่อยังเยาว์วัยก็ถูกมองข้าม ไม่สามารถขายออกไปได้ สต็อกตกค้าง ไม่มีใครสนใจ และที่สำคัญยิ่งกว่าก็คือ คนที่ชิมชารุ่นนี้ในตอนนั้นต่างให้ความเห็นในแนวทางเดียวกันว่า “รสขมฝาดยากที่จะดื่ม-กลืนเข้าปากได้” 

     ในช่วงปลายยุค 90 เมื่อคอชากลุ่มแรกได้ทำการชิมลิ้มลองมัน ต่างได้ยกย่องน้ำชานี้ว่า มีความหนานุ่ม รสชาติมีมิติ พลังชี่ที่แรงกล้า ตราบจนกระทั่งมันกลายเป็นตำนาน

     ผู้คนจึงเริ่มติดป้ายแท็กให้มัน แล้วเกิดข้อถกเถียงกันว่า มันเป็น “ต้นโบราณ” หรือ “ไถตี้” ซึ่งตราบจนถึงวันนี้ก็ยังไม่มีข้อสรุป

     แต่ที่แน่ๆคือ “88 ชิง”จะกลายเป็น“88 ชิง”ได้นั้น ไม่เกี่ยวข้องว่ามันเป็นชาต้นโบาราณหรือไม่ แต่เกี่ยวข้องกับการที่มันถูกเก็บไว้หลายปี พูดอีกนัยหนึ่งก็คือ สิ่งที่ทำให้“88 ชิง”ยิ่งใหญ่ขึ้นมาจนถือเป็นตำนาน ไม่ใช่ชาติกำเนิดของมัน แต่เป็นเรื่องที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของมัน

     มันได้พิสูจน์ด้วยกาลเวลาหลายสิบปีถึงความจริงง่ายๆที่ว่า คุณค่าของชาผู่เอ่อร์เกิดขึ้นจากการเก็บรักษา (aging) มิใช่เกิดจากอายุต้นชาซึ่งเป็นสิ่งที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด 

▲“88 ชิง/88)” คืออะไร? 
   - แผ่นชาดิบผู่เอ่อร์สูตร 7542 ที่ผลิตจากโรงงานเหมิงไฮ่ในปี 1988-1991
   - จากเริ่มต้น ราคาชาแผ่นหนึ่งไม่ถึง 10 หยวน ผ่านการเก็บรักษา 30 กว่าปีในโกดังแห้ง ปัจจุบัน การประมูลขายได้ถึงแสนกว่ากระทั่งถึงสองแสนหยวนต่อแผ่น 

     การคลั่งไคล้ต้นโบราณในทุกวันนี้ ที่จริงแล้วเป็นการเปิดศักราชที่ตีเช็คล่วงหน้า เมื่อเรามองกลับมาที่ตลาดชาผู่เอ่อร์ ณ ตอนนี้ การแห่กันนิยมต้นโบราณได้มาถึงจุดขีดสุดแล้ว

     มีการระบุแหล่งผลิตชาจนลงละเอียดถึงหมู่บ้านและชุมชุน อายูต้นต้องครอบคลุมถึงร้อยปี การเก็บใบชาต้องมาจากต้นเดี่ยว (单株/ตันจู) การผลิตต้องเน้นเป็นชาเนื้อเดียวไม่ผสม วาทกรรมที่ครบวงจรนี้ทำให้ชาใหม่ทุกแผ่นมีรัศมีเปล่งปลั่งในตัวของมันเอง 

เขตพื้นที่ผลิตชาผู่เอ่อร์ 3 แหล่งใหญ่-ลงละเอียดถึงหมู่บ้านและชุมชุน


     ณ ตรงจุดนี้เกิดการเปลี่ยนแปลงเล็กๆน้อยๆที่น่าสนใจ หลังจากที่ชาต้นโบราณกลายเป็นจุดขาย คุณค่าสูงสุดของชาเหล่านี้ถูกนิยามให้อยู่ใน“ช่วงของชาใหม่/新茶阶段

     ลองไปงานแสดงสินค้าชาหรือดูการไลฟ์สดขายสินค้าชาทั้งหลายแหล่ ชาต้นโบราณที่ถูกพูดถึงซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไม่มีข้อยกเว้นสักรายเดียวที่ถูกชิมลิ้มลองของใหม่สดตรงนั้น โดยพ่อค้าชาจะใช้ความสามารถบรรดามีบอกคุณว่า ชาใหม่ต้นโบราณตัวนี้จะหอมขนาดไหน หวานขนาดนั่น นุ่มขนาดนี้ มีพลังชี่ขะไหนหนาด ราวกับว่าคุณค่าทั้งหมดของชาต้นโบราณมีไว้เพื่อให้คุณได้ดื่มด่ำกับน้ำชาที่แสนประทับใน ณ ชั่วขณะนี้เท่านั้น 

▲“ชาต้นโบราณ/古树茶” ทำไมถึงดื่มอร่อย?


     ถึงจุดนี้ก็เกิดสถานการณ์ที่ประหลาดขึ้นมา ในด้านหนึ่งเราใช้“ยิ่งเก่ายิ่งหอม”มาบอกเล่าเรื่องราวของชาผู่เอ่อร์ แต่อีกด้านหนี่งเราใช้“ดื่มตอนนี้อร่อยจริง”เพื่อทำการขายชาดิบผู่เอ่อร์ชาใหม่

     ส่วนบทเรียนที่“88 ชิง”ได้สอนพวกเราผ่านเวลาหลายสิบปี นั่นคือ เมื่อมันยังเยาว์วัยมันไม่อร่อยเลย ซึ่งนี่กลับถูกมองข้ามไปจะโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม

     ทฤษฎีที่บอกว่าชาใหม่ต้นโบราณของเราในทุกวันนี้ดื่มอร่อยนั้น ไม่ก็เป็นผลมาจากการที่รสนิยมถูกทำให้อ่อนไหวจนถูกครอบงำ ไม่ก็เป็นผลผลิตจากการที่กรรมวิธีผลิตถูกดัดแปลง 

▲“ยิ่งเก่ายิ่งหอม/越陈越香”---สุนทรียภาพที่เป็นแก่นแท้ของชาผู่เอ่อร์ เป็นคุณค่าของพัฒนาการภายหลัง ทำให้ชาผู่เอ่อร์โดดเด่นไม่เหมือนใคร


     จึงขอกล่าวเพียงสั้นๆว่า คนสมัยนี้ใจร้อนเกินไป ชาที่เพิ่งถูกอัดเป็นแผ่นชาขึ้นมาใหม่ๆ ก็แทบจะปั้นน้ำเป็นตัว ยกยอปอปั้นจนเว่อร์ แต่ชาดีที่แท้จริงนั้นคือชาที่คุณยอมรอคอยให้มันแก่ตัวลงต่างหาก


     คนที่คลั่งไคล้ต้นโบราณ ในที่สุดต้องเสียค่าโง่ให้กับใครกันแน่?

     เพื่อตอบคำถามนี้ จำเป็นต้องแยกแยะตรรกะทางจิตวิทยาที่อยู่เบื้องหลังพฤติกรรมการตามล่าต้นโบราณเสียก่อน :


ตรรกะที่ 1 : สิ่งที่ตามล่าคือกรอบความคิดทางวัตถุดิบเป็นตัวกำหนดผลลัพธ์สุดท้าย


     ผู้คนจำนวนมากที่ตามล่าต้นโบราณนั้นเป็นเพราะเชื่อว่า “วัตถุดิบดีเท่ากับชาดี” ซึ่งตรรกะนี้ในแวดวงอาหารนั้นก็ใช้ได้ทั่วไป เพราะวัตถุดิบดีช่วยให้ทำอาหารอร่อยได้ง่ายขึ้นจริง แต่สิ่งที่ทำให้ชาผู่เอ่อร์พิเศษเฉพาะก็คือ มันคือชาที่ผ่านกระบวนการผลิตอย่างมีกรรมวิธี มีกระบวนการหมักภายหลังที่ยาวนาน 

     วัตถุดิบเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้น กรรมวิธีผลิตและการเก็บรักษาต่างหากที่เป็นกุญแจสำคัญในการกำหนดจุดหมายปลายทาง

     - หากกรรมวิธีผลิตไม่ถูกต้อง ต้นโบราณที่ดีแค่ไหนก็ไร้ค่า สูญเสียความสามารถทางพัฒนาการ

     - หากการเก็บรักษาไม่เหมาะสม ต้นโบราณที่ดีแค่ไหนก็จะกลายเป็นชาขยะกองหนึ่ง


     แต่คนที่ตามล่าต้นโบราณมักมองข้ามจุดนี้ พวกเขายินดีจ่ายเงินเพื่ออายุของต้นชาต้นหนึ่ง แต่กลับไม่ยอมใส่ใจกับสภาพการเก็บรักษาชาแผ่นหนึ่ง นี่คือ“ความขี้เกียจทางปัญญา”ในแบบฉบับคลาสสิก ใช้ป้ายแท็กเพียงป้ายเดียวมาแทนที่การตัดสินที่ซับซ้อน 


ตรรกะที่ 2 : สิ่งที่ตามล่าคือความรู้สึกถึงสถานะที่ป้ายแท็กหายาก


     ปฏิเสธไม่ได้ว่า สาเหตุที่ชาต้นโบราณเป็นที่นิยมอย่างมากนั้นส่วนใหญ่เป็นเพราะมัน“หายาก” มันมี“ราคาแพง” มันสามารถบ่งบอกถึง“รสนิยม

     การได้ดื่มชาต้นโบราณพันปีกับการได้ดื่มชาไถตี้สักแผ่น ความรู้สึกทางจิตใจนั้นต่างกันโดยสิ้นเชิง จิตวิทยาการบริโภคแบบนี้เป็นสิ่งที่เข้าใจได้ 

     ในบริบทของชาผู่เอ่อร์ยุคปัจจุบัน “ชาไถตี้”แทบจะเป็นคำในแง่ลบไปแล้ว หากคุณถามคนที่ตามล่าต้นโบราณว่าทำไมไม่ดื่มไถตี้ พวกเขาจะบอกคุณว่าชาไถตี้ไม่มีพื้นที่ว่างสำหรับบ่มให้พัฒนาการแล้ว ต่อให้เก็บไว้กี่ปีก็เป็นแค่ขยะ


     แต่ปัญหามีอยู่ว่า เมื่อคุณยอดเสียเงินเพื่อสิ่งหายาก สิ่งที่คุณซื้อคือประสบการณ์สัมผัสได้ในช่วงเวลานี้ หรือคือศักยภาพทางพัฒนาการในอนาคต?

     ถ้าหากเป็นอย่างแรก ก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าหากเป็นอย่างหลัง เราก็ต้องตั้งคำถามกันแล้ว เพราะไม่มีใครสามารถรับประกันได้ว่า ชาใหม่ต้นโบราณในวันนี้ อีก 30 ปีข้างหน้าจะกลายเป็น“88 ชิง”ได้อย่างแน่นอน?


ตรรกะที่ 3 : สิ่งที่ตามล่าคือความโอ้อวดจากการบริโภคเพื่อหน้าตา


     ยอมรับเถอะว่า บ่อยครั้งที่พวกเราดื่มชาต้นโบราณ มิใช่เพราะว่าชาต้นโบราณนั้นอร่อยจริงๆ แต่มันเอาไว้อวดโชว์ได้ 

     เพื่อนมาเยี่ยม นำชาต้นโบราณปิงเต่ามาชงต้อนรับสักหน่อย แล้วบอกว่านี่คือชาต้นโบราณ 300 ปีจากปิงเต่าหมู่บ้านเก่า ความรู้สึกอิ่มใจนั่นมันทำให้คนรู้สึกดื่มด่ำยิ่งกว่าน้ำชาเสียอีก


     การบริโภคเพื่อหน้าตานั่นไม่ได้ผิดอะไร แต่ปัญหาคือ มันจะทำให้ต่อมรับรสของคนเราเสียความสามารถในการตัดสิน(รสชาติ) เมื่อคุณใช้ราคาและป้ายแท็กมาตัดสินน้ำชาสักจอก คุณจะไม่สามารถใช้ร่างกายไปสัมผัสรับรู้มันได้อีกต่อไป สิ่งที่คุณดื่มไม่ชาชา แต่คือ“ป้ายแท็ก” 


ตรรกะที่ 4 : ความอร่อยที่แท้จริง ไม่เคยถูกนิยามโดยป้ายแท็ก


     ย้อนกลับมาที่“88 ชิง”อีกครั้ง มันบอกเราด้วยเวลาหลายสิบปีว่า คุณค่าของชาหนึ่งแผ่นไม่ได้ถูกกำหนดโดยการแอชแท็ก“ต้นโบราณ” แต่ถูกเขียนร่วมกันขึ้นโดย “วัตถุดิบ”, “กรรมวิธีผลิต”, “การเก็บรักษา” และ “กาลเวลา

     มันสามารถมีรากฐานของต้นโบราณ และก็สามารถมีการพลิกผันของไถตี้

     มันสามารถมีรสขมฝาดในวัยเยาว์ และก็สามารถมีรสหนาหนักในวัยชรา


     ความเป็นไปได้ของมันมีอย่างล้นเหลือเกินกว่าที่เราจะจินตนาการได้ บรรดาคนที่ตามล่าต้นโบราณมักจะลดทอนความเป็นไปได้นี้ให้แคบลงเหลือเพียงคำตอบมาตรฐาน (เฉพาะของคนคลั่งไคล้ต้นโบราณ) : ต้นโบราณก็คือดี ไม่ใช่ต้นโบราณจะไม่ดี

     กรอบความคิดแบบมีแค่ขาวกับดำ ทำให้พวกเขาพลาดโอกาสจาก :

     - ชาดีๆมากมาย

     - ชาเก่าจากโรงงานที่ถูกมาตรฐานที่มีพัฒนาการดีเยี่ยม มีสุนทรียภาพทางเนื้อผสม มีรสชาติทีมีมิติอย่างเต็มเปี่ยม

     - ความสุขจากการใช้ร่างกายสัมผัสรับรู้น้ำชา แทนที่จะใช้ป้ายแท็กมาตัดสินน้ำชา


     ที่น่าขันที่สุดก็คือ เมื่อพวกเขาใช้เงินซื้อชาใหม่ต้นโบราณที่แพงแผ่นหนึ่ง สิ่งที่พวกเขาดื่มได้อาจเป็นเพียงกลิ่นหอมฟุ้งและความหวานฉ่ำที่เกิดจากกรรมวิธีแบบชาเขียว ความอร่อยแบบนี้ไม่เกี่ยวข้องใดๆกับคุณภาพของต้นโบราณเลย แค่ถูกบรรจุภัณฑ์ให้เป็นรูปแบบของชาต้นโบราณเท่านั้น


ตรรกะที่ 5 : การขจัดความไม่รู้ เริ่มต้นจากการยอมรับว่าตัวเองไม่รู้


     บทความนี้ไม่ได้จะไปปฏิเสธคุณค่าของชาต้นโบราณ ชาต้นโบราณย่อมมีเสน่ห์ของมันเอง ชาต้นโบราณอยู่ในสภาพแวดล้อมนิเวศวิทยาที่ดีจริง มีพื้นที่ผืนป่าที่กว้างพอ และผ่านกรรมวิธีผลิตที่ถูกต้อง ย่อมสามารถนำมาซึ่งประสบการณ์การชิมดื่มที่พิเศษโดดเด่นแน่นอน


     แต่ปัญหามีอยู่ว่า การคลั่งไคล้ต้นโบราณกลายเป็นความรู้สึกนึกคิดแบบกลุ่ม เมื่อต้นโบราณกลายเป็นป้ายแท็กเพียงหนึ่งเดียวที่ใช้ในการตัดสิน มันก็กลายเป็นภาวะ “ความขี้เกียจทางความคิด” และ “ข้อจำกัดทางสุนทรียภาพ” กับ “กับดักการบริโภค

     - การล่าต้นโบราณเพราะคุณเข้าใจมันจริงๆ หรือเพราะคนอื่นบอกว่ามันดี?

     - การดื่มต้นโบราณเพราะสภาพร่างกายคุณชอบมัน หรือเพราะหน้าตาคุณต้องการมัน?

     - การเก็บต้นโบราณเพราะมันมีศักยภาพทางพัฒนาการ หรือเพราะคุณอยากจำลอง“88 ชิง”แผ่นต่อไป?


     คำถามเหล่านี้คุ้มค่าที่ผู้แสวงหาต้นโบราณทุกคนลองถามตัวเอง ตำนานของ“88 ชิง”ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะว่า“มันคืออะไร” แต่เกิดขึ้นเพราะ“มันกลายเป็นอะไร” มันเปลี่ยนจากสินค้าค้างสต็อกที่ไม่มีใครต้องการ กลายเป็นชารุ่นคลาสสิกที่ใครต่อใครก็หมายปอง 

     มันไม่อาศัยป้ายแท็ก“ต้นโบราณ” แต่อาศัย“กาลเวลา”, “การเก็บรักษา” และ “สูตรผสม”ที่ทำงานร่วมกัน หากเราจ้องแค่คำว่า“ต้นโบราณ” เราก็จะไม่มีวันเข้าใจ“88 ชิง”ได้เลย


     ณ เวลานี้ เราแค่กำลังจ่ายค่าเล่าเรียนแพงลิบให้กับความไม่รู้ของตัวเอง สำหรับตัวผู้เขียนเองแล้ว เมื่อตอนเริ่มสัมผัสชาผู่เอ่อร์ใหม่ๆ ก็เคยตามล่าต้นโบราณ, ตามไล่แหล่งเขาชาดัง, ตามหาชาเนื้อเดียว, ตามล่ามาเป็นเวลา20ปีแล้วเพิ่งจะค้นพบว่า “ชาดีที่แท้จริงไม่ใช่มาจากการ“ตามล่า” แต่มาจากการ“รอคอย”

     ถ้าคุณยินดีรอให้ชาแผ่นหนึ่งค่อยๆแก่ตัวลง มันถึงจะมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับคุณ คนที่ตามล่าต้นโบราณนั้น คือการตามล่าป้ายแท็ก ส่วนคนที่ดื่มชานั้น คือการดื่มด่ำรสชาติ

     ป้ายแท็กซึ่งเราสามารถซื้อได้ แต่รสชาตินั้นหลอกกันไม่ได้ อย่าปล่อยให้ต่อมรับรสของเราถูกความไม่รู้ของเราจับเป็นตัวประกัน.....



เอกสารอ้างอิง:

1. 88青:古树神话粉碎机http://xhslink.com/o/2wruHHYu0WW

2. 别被古树绑架了http://xhslink.com/o/2rI87zFyrqH

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น