ความรู้เรื่องชาผูเอ๋อร์ ตอน...
3 คุณลักษณะเด่นของชาผูเอ่อร์
ผู้คนส่วนใหญ่เมื่อเริ่มหันมาดื่มชาผูเอ๋อร์ มักจะประสบอุปสรรคเล็กน้อย
อุปสรรคนี้มาจากการเปรียบเทียบ โดยไปเปรียบเทียบกับผู้ยิ่งใหญ่...ชาเขียว
ชาเขียวคุณภาพดีๆแก้วหนึ่ง กลิ่นหอมใสอันทรงพลัง(浩荡清香)สามารถฟุ้งขจรกระจายระหว่างริมฝีปากและฟัน ใบชาที่ยังดำรงไว้สีเขียว ตั้งตรงและคลี่แผ่ออกเริงระบำท่วงทำนองลอยและจมอย่างช้าๆภายในน้ำอุ่นๆ เป็นภาพที่ตราตรึงใจเป็นยิ่งนัก เมื่อได้จิบดื่มสักคำ รสฝาดเล็กน้อยแบบสมุมไพร ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นความหอมกรุ่นของกลิ่นฤดูใบไม้ผลิของปีนี้ ความสดใหม่ดั่งเช่นได้ยินเสียงนกร้องในขณะที่ยืนอยู่ที่ราบบนภูเขาที่เต็มไปด้วยเมฆหมอก
หลงจิ่ง(龙井) หรือ เหาขุย(猴魁) ล้วนเป็นชาเขียวที่มีเวทมนตร์ ภายหลังเมื่อได้มาดื่มชาอูหลง "เถี่ยกวนอิน(铁观音)" และเหยียนฉา"ต้าหงผาว(大红袍)"แล้ว มีความรู้สึกว่าชาเขียวแม้จะดีแต่ค่อนไปทาง"อ่อนนุ่ม(轻盈)" ขณะกำลังชิมลิ้มได้รสชาติออกมาแล้วก็ต้องจืดจางหายไป รวดเร็วปานกามนิตหนุ่มจนหาเงาไม่เจอ
ชาอูหลงมีความหนาลึกมากกว่า แม้จะไม่มีความสดหอมใสแบบชาเขียว แต่เป็นการซ่อนกลิ่นอยู่ภายใน ทำให้ผู้ที่เสพดื่มอายุมั่นขวัญยืน(年岁陡长) ภายใต้การเทียบเคียง "เถี่ยกวนอิน"---เข้มข้นดึงดูด(浓郁清奇) "ต้าหงผาว"---อิ่มเอิบสงบนิ่ง(饱满沉着) ผู้เขียนจะชอบตัวหลังมากกว่า แล้วมีชาแดงที่มาจากแหล่งใกล้ๆกัน "จินจวิ้นใหม(金骏眉)" ซึ่งมีเอกลักษณ์เฉพาะของตัวมันเอง วันเดือนปีที่ผ่านมาดื่มไปไม่น้อยเช่นกัน
ในขณะที่ชิมดื่มทำนองนี้ ได้มาเจอะเจอชาผูเอ๋อร์อย่างปัจจุบันทันด่วน เห็นรูปลักษณ์แลัวรู้สึกแปลก ก้อนดำๆ"ใบใหญ่ก้านหยาบ(粗枝大叶)" อัดขึ้นรูปเป็นแผ่นอย่างยุ่งเหยิง เมื่อนำมาดมใกล้จมูกก็ไม่รู้สึกมีกลิ่นหอมใส แซะออกมาชงด้วยน้ำเดือด น้ำกระเพื่อมออกมาเป็นสีน้ำตาลอ่อน จิบดื่มหนึ่งคำ ความรู้สึกมีรสชาติที่เก่าเก็บ
คนเรากับอาหารการกิน มักคุ้นที่จะเลือกความสดใหม่ ดังนั้น สำหรับรสชาติที่เก่าเก็บจะทำให้รู้สึกหวาดระแวงเสมอ ยิ่งกว่านั้น ความจริงที่มีชาผูเอ๋อร์ผลิตแบบคุณภาพต่ำ และที่จัดเก็บไม่ดีซึ่งมีกลิ่นใกล้เคียงกับ"อาหารบูด(霉锅盖)"วางขายในท้องตลาด ทำให้นักดื่มชาที่คิดจะลองเข้ามาต้องเมินหน้าหนีจากไป
แต่ถึงอย่างไร นักดื่มชาที่หันตัวเพื่อจะจากไปต้องชะงักและลังเลใจ เพราะพวกเขารู้ดีว่า ในโลกนี้มีผู้คนที่นิยมชมชอบชาผูเอ๋อร์จำนวนไม่น้อยที่มีคุณภาพชีวิตที่ดี หรืออาจเป็นเพราะว่า พวกเขาทั้งหลายนิยมชมชอบ"อาหารบูด"อย่างไม่ลืมหูลืมตากระนั้นหรือ? ซึ่งพวกเขาเหล่านี้ต่างก็มีอาชีพการงานที่ประสบความสำเร็จของตนเอง ไม่ได้ดำรงจาก"การปั่น(炒作)"และ"เล่ห์เหลี่ยม(忽悠)"เพื่อมาขับเคลื่อนชาผูเอ๋อร์ ดังนั้น นักดื่มชาที่หันตัวเพื่อตีจากไปเริ่มสงสัยตัวเอง แล้วกลับมาสู่จุดเริ่มต้นใหม่ ลองคบหาผู้คนที่เข้าใจ และชิมดื่มชาผูเอ๋อร์ที่มีมาตรฐาน
การกลับมาใหม่ครั้งนี้ เดิมพันถึงชีวิต ถ้าหากพวกเขายังพร้อมที่จะเปิดใจรับความยืดหยุ่นทางสรีระของอุปนิสัยการกินการดื่มของตนเอง ถ้าหากพวกเขายังคงไว้ซึ่งความตื่นเต้นของชีวิตในการได้ค้นพบความรู้สึกทางลิ้นและปากที่เหนือชั้น ถ้าเป็นเช่นนี้แล้ว สถานการณ์จะเปลี่ยนมาทางค่อนข้างรุนแรง นักดื่มชาที่มีความลังเลใจเหล่านี้จะดื่มขึ้นมาทันที แล้วจะวางไม่ลงอีกต่อไป
นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?
ลำดับแรก คือ คุณประโยชน์ (功效)
นักดื่มชาเกือบทุกคนจะมีประสบการณ์เช่นนี้ : หลังดื่มชาผูเอ๋อร์ชั้นยอดไปหลายจอก ความรู้สึกทางรสชาติยังพูดออกมาไม่ถูกเลย แต่ด้านหลังกายจะมีเหงื่อซึมออกมาเล็กน้อย แล้วช่องท้องเกิดการบีบตัว ทรวงอกจะรู้สึกเบิกบาน ใต้ลิ้นเกิดการน้ำลายสอ(生津) เคยใช้คำ"อ่อนนุ่ม"มาอธิบายชาเขียว สำหรับชาผูเอ๋อร์แล้ว แม้รูปลักษณ์จะดูไม่อ่อนนุ่ม แต่สิ่งที่ได้ทดแทนกลับมาคือทำให้ร่างกายนักดื่มชา"อ่อนนุ่ม"
นี้เป็นสิ่งสุดยอด คิดย้อนกลับไปประวัติศาสตร์สมัยราชวงค์ชิง ฮ่องเต้ทั้งหลายลงจากหลังอานม้ามาเสพชีวิตในพระราชวัง พระราชกรณียกิจที่หนักที่สุดก็คือพระวรกายที่ยิ่งมายิ่งอ้วน ดังนั้น เมื่อพระองค์ท่านได้มาดื่มชาผูเอ๋อร์โดยไม่ตั้งใจ ทรงชื่นพระราชหฤทัยเป็นยิ่งนัก
รัชกาลยุงเจิ้น(雍正)ชาผูเอ๋อร์จำนวนไม่น้อยเป็นเครื่องบรรณาการถวายเข้าไปในพระราชวังแล้ว ฮ่องเต้เฉียนหลง(乾隆)เมื่อได้ดื่มก้านใบสีน้ำตาลทำให้พระองค์ทรงรู้สึกผ่อนคลาย จึงไปค้นหาใน《คัมภีร์ชา(茶经)》แต่ไม่พบอะไร จึงได้หัวเราะเยาะเย้ยลู่หยี่(陆羽)ก็"เด๋อ(拙)"เช่นกัน พระองค์จึงได้เขียนบทกลอนท่อนหนึ่งว่า : "点成一碗金茎露,品泉陆羽应惭拙" ปกติพระองค์จะเขียนกลอนได้ไม่ดีนัก จะไม่ไปสืบสาวราวเรื่อง แต่ถ้าใช้"หยดน้ำก้านใบทอง(金茎露)"แทนชาผูเอ๋อร์ ถือว่าใช้ได้ทีเดียว
ในบันทึกช่วยจำของพระราชวังได้กล่าวไว้ว่า : "การต้อรรับด้วยชาควรต้อนรับด้วยชาผูเอ๋อร์หนึ่งจอกก่อน เพราะว่ามันทั้งอุ่นและละลายไขมันได้" จากเมืองหลวงคิดย้อนกลับไปเส้นทางชา-ม้าโบราณ เส้นทางแต่ละเส้นเริ่มจากเมืองผูเอ๋อร์แล้วทอดยาวออกไป ส่วนใหญ่มุ่งสู่ไปพื้นที่สูงอันหนาวเหน็บที่บริโภคเนื้อสัตว์เป็นหลักพืชผักจะน้อย พื้นที่เหล่านี้น่าจะเกิดโรคภัยทางระบบการย่อยอาหารและระบบหลอดเลือดหัวใจ แต่ความจริงหาเป็นเช่นนั้นไม่ ผู้คนได้ค้นพบสาเหตุจากแผ่นชาผูเอ๋อร์ที่ลำเลียงบนหลังม้าในกองคาราวานม้า
ทุกวันนี้พวกเรายังสามารถค้นหาตัวหนังสือบันทึกที่เกี่ยวข้องจากพงศาวดาร อาทิเช่น : "ชาผูเอ๋อร์รสจะขมชั่วครู่ ละลายไขมัน แก้พิษวัวแพะ" ; "ชาเป็นวัตถุ เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับชีวิต ธิเบตชนเผ่าเร่ร่อนทิศตะวันตก ทานเนื้อเป็นอาหาร ขาดชาแล้วจะไม่เกิดการย่อย" ; "ขาดชาวันเดียวจะท้องเสีย ขาดชาสามวันจะเป็นไข้" ........
ปัจจุบันประเทศจีน อาหารอุดมสมบูรณ์ ไขมันเกินความต้องการ ผู้คนยิ่งมายิ่งมากที่ประสบปัญหาเฉกเช่นเดียวกับพระราชวังชิงและคนพื้นเมืองที่ราบสูง โดยเฉพาะ วิธีการตรวจสอบทางวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ได้รับรองและยืนยันแล้วว่า ชาผูเอ๋อร์มีคุณประโยชน์ในการลดน้ำตาลและไขมันในเลือดอย่างเด่นชัดมาก ดังนั้น กรแสนิยมดื่มชาผูเอ๋อร์ มีเหตุผลที่พิสูจน์ให้เห็นแล้ว
ไม่เพียงแค่นี้ ชาผูเอ๋อร์ยังมีอีกหนึ่งจุดเด่น ก็คือดื่มแล้วไม่มีผลกระทบต่อการนอนหลับ แม้จะดื่มในช่วงเวลากลางคืน ก็ยังสามารถล้มหมอนนอนหลับฝันดี ข้อดีเช่นนี้ มีเฉพาะหนึ่งเดียวในผลิตภัณฑ์ชาทุกชนิด
ลองคิดดู ชีวิตผู้คนส่วนใหญ่ต้องดำเนินอย่างเร่งรีบ จึงมักเป็นช่วงเวลากลางคืนที่คิดจะดื่มชาในบรรยากาศที่สร้างความรู้สึกสุขสบายผ่อนคลาย ชาชนิดอื่น เป็นการยากที่จะดื่มได้อย่างสบายใจในช่วงกลางคืน ดังนั้น ชาผูเอ๋อร์จึงเป็นเจ้าพ่อในยามราตรีกาล ใครคิดที่จะมาท้าทายอำนาจ ก็คงได้แค่แหกปากร้องตะโกนในช่วงกลางวัน เมื่อถึงยามพลบค่ำ การตะเบ็งเสียงต้องหยุดลง
(ต่อ...คลิก "อ่านเพิ่มเติม")
