วันศุกร์ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2569

เฟิ่งหวงตานฉง : จากการดมกลิ่นหอมถึงการชิมเสน่ห์

 


     เฟิ่งหวงตานฉงถูกยกย่องให้เป็น “น้ำหอมแห่งชา” จิตวิญญาณที่แท้จริงของมันคืออะไร?

     เออ...มันมิใช่รสชาติของน้ำชา และก็ไม่ใช่ความรู้สึกชั่วขณะที่กำลังดื่มน้ำชาเข้าปาก แต่เป็นกลิ่นหอมที่ไร้รูปที่ซุกอยู่ในชา

     บทความนี้เป็นการอธิบายด้วยภาพ...



ร้อยกลิ่นหอมประชันกัน : เขาวงกตแห่งกลิ่นหอมของเฟิ่งหวงตานฉง

      เฟิ่งหวงตานฉงถูกยกย่องให้เป็น “น้ำหอมแห่งชา/茶中香水” รูปแบบกลิ่นหอมที่ได้ถูกบันทึกไว้แล้วมีกว่า 200 ชนิด

      คุณลักษณะพิเศษเช่น “หนึ่งต้นหนึ่งกลิ่น, หนึ่งใบหนึ่งฟ้าดิน” ก็คือการดำรงไว้ซึ่งความมีเสน่ห์ และก็อาจเป็นความท้าทายสำหรับผู้ชื่นชอบที่ต้องเผชิญ---“น้ำลึกมาก

      เป็นการแบ่งปันและนำเสนอแผ่นที่ในการค้นหาเขาวงกตแห่งกลิ่นหอมแห่งนี้ 



ถอดรหัสเฟิ่งหวงตานฉง : ขอบเขตแห่ง 3 จอมพลังที่บรรลุผลเป็นชาดีหนึ่งจอก
      △พันธุ์ชา/品种---สร้างสรรค์โดยธรรมชาติ
      △บุคลิกของพื้นที่/风土 (Terroir)---จิตวิญญาณแห่งขุนเขาลำน้ำ
      △กรรมวิธีการผลิต/工艺---ศิลปกรรมแห่งจิตวิญญาณช่างฝีมือ
      ไม่ว่าการกำเนิดของเฟิ่งหวงตานฉงชั้นเยี่ยมบนจอกใดๆ ล้วนหลีกหนีไม่พ้นจากสมดุลยภาพแห่งความสมบูรณ์แบบของ 3 ปัจจัยนี้



สร้างสรรค์โดยธรรมชาติ • พันธุ์ชา : 10 รูปแบบกลิ่นหอมหลักของเฟิ่งหวงตานฉง
      เฟิ่งหวงตานฉงกำเนิดจากการคัดเลือกและเพาะพันธุ์จากต้นเดี่ยวที่ดีเด่นของกลุ่มสายพันธุ์สุ่ยเซียน วิธีการแยกแยะที่นิยมมากที่สุดในปัจจุบัน ก็คือการจัดแบ่งออกตามรูปแบบกลิ่นหอมของชาสำเร็จรูป
      ๑. หวงจือเซียง/黄栀香 (กลิ่นดอกพุดซ้อน)
      ๒. จือหลานเซียง/芝兰香 (กลิ่นกล้วยไม้)
      ๓. อวี้หลานเซียง/玉兰香 (กลิ่นแมกโนเลีย)
      ๔. มี่หลานเซียง/蜜兰香 (กลิ่นกล้วยไม้)
      ๕. ซิ่งเหยินเซียง/杏仁香 (กลิ่นอัลมอนด์จีน)
      ๖. เจียงฮวาเซียง/姜花香 (กลิ่นดอกขิง)
      ๗. โย่วกุ้ยเซียง/肉桂香 (กลิ่นอบเชย) 
      ๘. กุ้ยฮวาเซียง/肉花香 (กลิ่นดอกหอมหมื่นลี้)
      ๙. เย่วหลายเซียง/夜来香 (กลิ่นดอกราตรี)
      ๑๐. มั่วหลีฮวาเซียง/茉莉花香 (กลิ่นดอกมะลิ)



จิตวิญญาณแห่งขุนเขาลำน้ำ • บุคลิกของพื้นที่ : “เสน่ห์แห่งขุนเขา” ที่ไม่สามารถจำลองได้
      จิตวิญญาณของเฟิ่งหวงตานฉงก็คือ “เสน่ห์แห่งขุนเขา/山韵” เป็นบรรยากาศของภูมิภาคที่พิเศษเฉพาะที่บุคลิกของพื้นที่ลักษณะแบบขุนเขาสูงมอบให้มา มันไม่มีวิธีการที่ทำเลียนแบบได้ เป็นมาตรฐานระดับสูงสุดที่จำแนกตานฉงของแทร่จากแหล่งผลิตที่เป็นแกน
      • ความรู้สึกเย็นชื่น/清凉感 ที่ลำคอ
      • หุยกาน/回甘 ค้างคานาน
      • รสสัมผัสของแร่ธาตุ/矿物质感 (Minerality) อันเป็นอัตลักษณ์



แหล่งบ่มเพาะของ “เสน่ห์แห่งขุนเขา” : การไขปริศนาแห่ง Terroir ที่เป็นแหล่งแกนการผลิตของเฟิ่งหวงตานฉง
      - ความสูงเหนือระดับน้ำทะเล : แหล่งผลิตที่เป็นแกน(เขาวูต้ง/乌岽山)ตั้งอยู่ที่ความสูง 600-1498 ม. เหนือระดับน้ำทะเล
      - เมฆหมอกปริมาณน้ำฝน : ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยต่อปี 2160 มม., เมฆหมอกเคลื่อนที่เป็นเกลียว, ความชื้นสัมพัทธ์สูง, สภาพใบอ่อนโยน
      - อุณหภูมิกลางวัน-กลางคืนแตกต่างกัน : แตกต่างกัน 10ºC ขึ้นไป, เป็นผลดีต่อการสะสมสารประกอบกลิ่นหอมในใบชา
      - ดินมีสภาพความเป็นกรด : ดินส่วนใหญ่มีค่า pH 4.5-5.5, เป็นดินเหลืองที่ร่วนปนทราย, ดินที่มีสีแดง, มีแร่ธาตุและธาตุเคมีที่สิ่งมีชีวิตต้องการเพียงเล็กน้อยประกอบอยู่อย่างอุดมสมบูรณ์ 
      “เขาสูงหมอกทึบกำเนิดชาดัง



ศิลปกรรมแห่งจิตวิญญาณช่างฝีมือ • กรรมวิธีการผลิต : ปลุกตื่นและหล่อหลอม
      ถ้าหากกล่าวว่าพันธุ์ชากับบุคลิกของพื้นที่เป็นของขวัญที่ฟ้าประทาน กรรมวิธีการผลิตก็คือศิลปกรรมแห่ง “วาดมังกรแต้มนัยน์ตา/画龙点睛” 
      2 กรรมวิธีการผลิตที่เป็นหัวใจสำคัญเป็นตัวกำหนดคาแร็คเตอร์สุดท้ายของตานฉงตัวหนึ่ง :
      ทำเขียว/做青 : ปลุกตื่นกลิ่นหอม 
      ปิ้งไฟ/焙火 : หล่อหลอมบุคลิกภาพที่แข็งแกร่ง 



หนึ่ง “เขย่า” หนึ่ง “อบ” พลิกผันสถานการณ์
      - ทำเขียว • ปลุกตื่นกลิ่นหอม
        = ใบชากระทบกัน→ผนังเซลล์เสียหาย→ออกซิเดชั่นที่ถูกเร่งโดยเอนไซม์→ก่อเกิดสารประกอบกลิ่นหอม 
        “ทำเขียว” โดยผ่านการเขย่าแล้วทิ้งให้สงบนิ่งอย่างซ้ำๆ เพื่อให้ใบชา “เกิดการหมักโดยตัวเอง
        *นี้คือจุดกำเนิดร้อยกลิ่นของตานฉง และก็ก่อเกิดเป็น “ตัวใบเขียวขอบใบแดง/绿叶红镶边” อันเป็นเอกลักษณ์สำคัญ
      - ปิ้งไฟ • หล่อหลอมบุคลิกภาพที่แข็งแกร่ง
        • ไฟอ่อน/轻火 : ประมาณ 90ºC, กลิ่นดอกไม้หอมฟุ้ง, รสชาติสดชื่น
        • ไฟกลาง/中火 : 100-120ºC, ปรากฏกลิ่นหอมน้ำผึ้งและผลไม้, น้ำชานุ่งละมุ่น 
        • ไฟแรง/足火 : 120ºC ขึ้นไป, รสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ที่หนานุ่มหนักแน่น คุณลักษณะชาเป็นธาตุอุ่น



จุดสุดยอดของการลิ้มลอง : จาก “ดมกลิ่น” ถึง “ดื่มกลิ่น”
      ตานฉงเกรดสูงที่แท้จริง กลิ่นหอมมิใช่ลอยพริ้วอยู่บนผิวน้ำชา แต่ถูกล็อคตัวอย่างหนาแน่นอยู่ในน้ำชา  
      เมื่อคุณดื่มน้ำชาเข้าปาก กลิ่นหอมจึงจะระเบิดออกมาและอบอวลอยู่ในโพรงปากกับลำคอ นำมาซึ่งการรับรู้สึกถึงหนานุ่ม ลื่นไหลที่สมบูรณ์แบบ
      นี้ก็คือ “กลิ่นหอมที่น่าหลงใหล/活香



เส้นทางการยกระดับการลิ้มลองตานฉงของคุณ
      • ชิมรสเสน่ห์แห่งขุนเขา : รู้สึกและรับรู้ถึงบุคลิกของพื้นที่,  ลิ้มรสเสน่ห์แห่งแหล่งกำเนิดที่เป็นอัตลักษณ์    
      • กลิ่นน้ำรวมเป็นหนึ่ง : แสวงหากลิ่นหอมที่ “ดื่มได้”,  รับรู้สึกถึงหนานุ่มและลำดับขั้นของน้ำชา    
      • ขอบเขตแห่ง 3 จอมพลัง : รู้ซึ้งถึงพันธุ์ชา, บุคลิกของพื้นที่, กรรมวิธีการผลิต  ทำอย่างไรจึงร่วมด้วยช่วยกันหล่อหลอทชาหนึ่งจอก    
      • ร้อยกลิ่นนำทาง : รู้จัก 10 รูปแบบกลิ่นหอมหลัก,  รู้สึกสัมผัสโลกแห่งกลิ่นหอมของตามฉงที่กว้างขวาง    



เอกสารอ้างอิง :

1. 10张图告诉你, 什么是凤凰单丛?http://xhslink.com/o/7VoI3msOs26

วันอาทิตย์ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2569

เฟิ่งหวงตานฉง : ความลับของระยะรับประกันคุณภาพ

 


     ผู้คนจำนวนมากเมื่อเห็นเฟิ่งหวงตานฉงหมดอายุแล้วก็คิดที่จะทิ้งไป?

     ความเป็นจริง ระยะรับประกันคุณภาพบนบรรจุภัณฑ์ หลักเบื้องต้นมิใช่เส้นแบ่งความเป็นความตายของใบชา 

▲“เส้นแบ่งความเป็นความตาย/生死线” ของเฟิ่งหวงตานฉง

     เกี่ยวกับระยะรับประกันคุณภาพของตานฉงนั้น ความจริง 4 ประการที่สามารถช่วยให้คุณเข้าใจปริศนาแห่งกาลเวลาและรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ : 


1. ใบชามีสองชีวิต

     ระยะรับประกันคุณภาพบ่งชี้ถึงอายุขัยของรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งของตานฉงอยู่ที่ 1-3 ปี นี้เป็นช่วงระยะเวลาที่กลิ่นหอมและรสชาติจะสุดยอดที่สุด ระยะรับประกันคุณภาพบนบรรจุภัณฑ์ส่วนใหญ่จะเป็นการเจาะจงตรงจุดนี้

     ส่วนอายุขัยของคุณภาพนั้น ขอเพียงจัดเก็บได้อย่างถูกต้อง (ปิดผนึกมิดชิด, กันความชื้น, ไม่ถูกแสง, ไร้กลิ่นแปลกปลอม) สามารถบรรลุถึง 5-10 ปึ หรืออาจยาวนานกว่านั้น

     เมื่อถึงอายุขัยของรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์แล้ว คุณภาพของใบชาไม่จำเป็นต้องเสื่อมเลวลง เพียงแต่กลิ่นหอมที่ฟุ้งแพร่กระจายจะลดทอนอ่อนลงมา 

▲“สองชีวิต” ของตานฉง : อายุขัยรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ (1-3ปี) ; อายุขัยคุณภาพ (5-10ปี+)

▲การจัดเก็บชาดั่งการพิทักษ์ดอกไม้ : สภาพแวดล้อมเป็นตัวกำหนดครึ่งชีวิตช่วงหลังของตานฉง

▲การหมดอายุ ≠ คุณภาพเสื่อมลง


2. ตานฉงบางตัว เก็บไว้สักพักจะดื่มคล่องคอกว่า 

     แตกต่างจากชาเขียวที่ต้องการความสด กรรมวิธีการปิ้งไฟเต็มที่แบบดั้งเดิมของตานฉง ชาใหม่จะมีพลังไฟซุกอยู่ หลังเก็บปล่อยทิ้งไว้่ 1-2 ปี พลังไฟจะลดน้อยถอยลง สารองค์ประกอบในใบชาเกิดการเปลี่ยนแปลง น้ำชาจะยิ่งนุ่มละมุ่นไหลลื่น รสชาติอันเป็นเอกลักษณ์จะยิ่งมีเสถียรภาพ 


3. การตัดสินใจว่าดื่มได้หรือไม่ได้ โดยอวัยวะประสาทสัมผัสมิใช่ระยะเวลา

   ๑. ดูใบชาแห้ง

     ว่ามีร่องรอยของเชื้อราหรือไม่ สีใบชามันเงาหรือไม่ ส่วนสีใบชาตานฉงเก่าจะออกเข้มแต่ไม่เหี่ยวเฉา

   ๒. ดมกลิ่นใบชาแห้ง

     ไม่มีกลิ่นแปลกปลอมอย่างเช่นกลิ่นอับชื้นกลิ่นเปร้ียว ชาเก่าจะเปลี่ยนเป็นกลิ่นผลไม้กลิ่นไม้

   ๓. ลิ้มลองน้ำชา

     น้ำชาที่ชงออกมาโปร่งใสหรือไม่ มีรสชาตที่แปลกปลอมหรือไม่ ถ้านุ่มละมุ่นแล้วก็คือมีพัฒนาการที่ปกติ 

▲วิธีการวินิจฉัย 3 ขั้นตอน : การดู, การดม, การชิม


 4. มิใช่ตานฉงทุกตัวล้วนยิ่งเก่ายิ่งหอม

     กลิ่นหอมแรงฟุ้งของตานฉงที่ปิ้งไฟอ่อนเช่นยาสื่อเซียง กลิ่นหลักคือกลิ่นดอกไม้ผลไม้ที่สดชื่น ดื่มภายในระยะ 1-3 ปีจะดีที่สุด

     กลิ่นหอมอ่อนโยนของตานฉงที่ปิ้งไฟกลาง-แรงอย่างเช่นมี่หลานเซียง การจัดเก็บได้ยาวนานจนถึง 3-5 ปี รสชาติอันเป็นเอกลักษณ์จะยิ่งโดดเด่น 

     เหล่าฉงตานฉงต้องจัดเก็บอย่างมืออาชีพเป็น 10 ปีขึ้นไป จะยิ่งก่ายิ่งหอม ซึ่งอาจแปรเปลี่ยนเป็นกล่ินที่เป็นอัตลักษณ์ แต่มิใช่เป็นกฏเกณฑ์ทั่วไป

▲รูปแบบของกลิ่นหอมเป็นตัวกำหนดอายุขัย


     ความเป็นจริง ระยะรับประกันคุณภาพของตานฉงเป็นการแจ้งเตือนถึงรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ มิใช่วันหมดเขต

     สิ่งที่กำหนดอายุที่แท้จริงของชาก็คือ สภาวะการจัดเก็บและการตัดสินโดยอวัยวะประสาทสัมผัส

     โปรดอย่าทิ้งตานฉงที่หมดอายุอย่างง่ายๆ เพราะอาจเป็นไปได้ที่รสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ใหม่ๆที่สืบเสาะกำลังคอยคุณมาลิ้มลอง

▲ระยะรับประกันคุณภาพเพื่ออ้างอิง สภาวะของใบชาจึงเป็นคำตอบสุดท้าย​


เอกสารอ้างอิง :

1. 茶叶保质期http://xhslink.com/o/5pNeTsMCsex 

วันเสาร์ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2569

ยาสื่อเซียง vs มี่หลานเซียง

 


        “ยาสื่อเซียง” และ “มี่หลานเซียง” เป็นกลิ่นหอม 2 รูปแบบที่มีชื่อเสียงอย่างมากในเฟิ่งหวงตานฉง แล้วคุณทราบหรือไม่ว่า 2 กลิ่นหอมนี้มีอะไรที่แตกต่างกัน?

        พูดให้เห็นภาพก็คือ : หนึ่งมีลักษณะเปิดเผยเริงร่าราวกับวัยรุ่น กลิ่นหอมฟุ้งแตะจมูก อีกหนึ่งคือสุภาพบุรุษที่ภายในงดงามอ่อนโยน กลิ่นหอมละลายอยู่ในน้ำ 

▲2 คาแรคเตอร์ที่แตกต่างโดยสิ้นเชิง : วัยรุ่นแวววาว/烟火少年 | สุภาพบุรุษผู้ถ่อมตน/谦谦君子


   ▽ ยาสื่อเซียง : “ระเบิดกลิ่นหอม” ที่น่าทึ่ง 


        ความเป็นจริง มีชื่อจริงว่า “ยิ๋นฮวาเซียง/银花香

        เป็นกลิ่นหอมเหมือนพลุดอกไม้ไฟที่จุดระเบิดขี้น กลิ่นโชยมาปะทะจมูก แล้วสมองรับรู้ตอบสนองได้ทันที

        เนื่องจากเป็นพันธุ์ใบชาที่ในตัวมันเองมีกลิ่นแรง เมื่อผ่านการหมัก (Oxidation) ในระดับค่อนข้างต่ำ แล้วขั้นตอนการเขย่าใบชายิ่งบรรลุ จะเกิดสารประกอบกลิ่นที่มีจุดเดือดต่ำ เมื่อเจอน้ำร้อนเข้า กลิ่นหอมก็จะเกิดการปะทุทันที

        น้ำชาจะมีกลิ่นดอกสายน้ำผึ้ง (金银花) และกลิ่นนมจางๆ กลิ่นมีแรงกระแทกที่แรง มือใหม่ดื่มแล้วจะจดจำได้ง่าย

        เปรียบเสมือนเป็นกลิ่นแรกของน้ำหอม Dior บุคลิคลักษณะโอ้อวดและแพรวพราว เหมาะกับคนที่ชื่นชอบ “กลิ่นหนักเข้ม” 

▲กรรมวิธีการผลิตที่อยู่เบื้องหลังความล้ำยุคของยาสื่อเซียง : การหมักระดับค่อนข้างต่ำ การเขย่าใบชายิ่งบรรลุ > ปลดปล่อยสารประกอบกลิ่นที่มีจุดเดือดต่ำยิ่งมาก > กลิ่นหอม“ปะทะ”จมูก

▲เสมือนกับน้ำหอม Dior, กลิ่นแรกฟุ้งกระจาย : เหมาะกับบุคลิกที่ชอบโอ้อวดแบบคุณ 


   ▽ มี่หลานเซียง : “ความทรงจำที่งดงาม/温润白月光 ที่ยิ่งชิมยิ่งชอบ 


        เป็นกลิ่นหอมรูปแบบ “เครื่องร้อนช้า” ดื่มครั้งแรกอาจรู้สึกไม่ค่อยประทับใจ แต่ยิ่งดื่มยิ่งติดงอมแงม

        ผลิตโดยให้เกิดการหมัก (Oxidation) ในระดับค่อนข้างหนัก การเขย่าใบชายิ่งเต็มพิกัด สารไกลโคไซด์เกิดการสลายตัวอย่างหมดจด แปรเปลี่ยนเป็นหวานหอมและกลิ่นผลไม้ คงไว้ซึ่งสารประกอบกลิ่นที่มีจุดเดือดสูง กลิ่นหอมจึง“จม”อยู่ในน้ำ

        มิใช่เป็นกลิ่นที่ฟุ้งโชยมาปะทะเข้าหน้าโดยตรง แต่จะค่อยๆแพร่ห่อหุ้มอยู่ในโพรงปาก รู้สึกมีกลิ่นหวานน้ำผึ้งและกล้วยไม้ผสมกัน และหุยการยาวนานเป็นพิเศษ คอชาอาวุโสโดยทั่วไปจะนิยมชมชอบกลิ่นรสแบบนี้ 

▲กงฟูที่อยู่ภายใต้ความอ่อนโยนของมี่หลานเซียง : การหมักระดับค่อนข้างหนัก การเขย่าใบชายิ่งเต็มพิกัด > การสลายตัวของสารไกลโคไซด์ แปรเปลี่ยนเป็นหวานหอมและกลิ่นผลไม้ > กลิ่นหอม“จม”ในน้ำ

▲“มี่หลานเซียง/蜜兰香” : ความสุขสบายที่ความอ่อนโยนถูก“ห่อหุ้ม”ใว้  

▲น้ำหอมหลอมรวมในน้ำ, คงทนยาวนาน : รู้สึกหวานน้ำผึ้ง, กลิ่นหอมกล้วยไม้


     • เลือกดื่มยาสื่อเซียง :

        - ถ้าหากชื่นชอบกลิ่นหอมแพร่กระจาย ดื่มคำเดียวแล้วมิรู้ลืม

        - ถ้าชอบดื่มชาที่กลิ่นหอมเข้ม แสวงหาความรู้สึก “ถูกกระทบกระทั่งด้วยกลิ่นหอม”

        - ปกติชอบใช้น้ำหอมที่กลิ่นแรกฟุ้งกระจาย


     • เลือกดื่มมี่หลานเซียง :

        - ถ้าหากชอบความรู้สึกนุ่มละมุ่น รสหวานฉ่ำ

        - ถ้าชื่นชอบความรู้สึกอ่อนโยนของกลิ่นหอมที่ละลายในน้ำ 

        - แสวงหากลิ่นหอมคงอยู่ยาวนาน ดื่มแล้วหุยกานเซิงจิน 

▲“ยาสื่อเซียง/鸭屎香” vs “มี่หลานเซียง/蜜兰香”  : คุณควรเลือกตัวไหน?


     • กฏเกณฑ์ที่พบเห็นโดยคนทำชาประสบการณ์ 10 ปี :

        - 70% ของมือใหม่ที่ดื่มครั้งแรกแล้วถูกยาสื่อเซียงทำให้ตะลึงจนร้อง “ว้าว! หอมมว๊ากกก

        - แต่หลังจากดื่มครบปีแล้ว จำนวนคน 80% จะเปลี่ยนเป็นมี่หลานเซียงดื่มเป็นโข่งเหลียงฉา 

▲สวยสะดุดตากับยิ่งมองยิ่งสวย : “ยาสื่อเซียง/鸭屎香”--เหมือนสาวงามที่แต่งหน้าฉูดฉาด มองครั้งแรกแล้วสะดุดตา มองนานแล้วจะเบื่อ | “มี่หลานเซียง/蜜兰香”--เหมือนหญิงสาวข้างบ้านที่ไม่แต่งหน้า ยลโฉมครั้งแรกก็งั้นๆ แต่แล้วกลับยิ่งพิศยิ่งดูดี

▲คุณเคยดื่มยาสื่อเซียงและมี่หลานเซียงหรือไม่? แล้วชื่นชอบชาตัวไหนมากกว่า?


เอกสารอ้างอิง :

1. 选鸭屎香还是蜜兰香?http://xhslink.com/o/8u0sYg2dppl

วันศุกร์ที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2569

เศรษฐศาสตร์ในชาหนึ่งจอก


        เมื่อเร็วๆนี้ ต๋งยวี่ฮุย อินฟลูเอนเซอร์ชาวจีนได้ทำการขายใบชาออนไลน์แบบไลฟ์สด แล้วเกิด “talk of the town” ในวงการชาหวู่หยีซาน มีการโต้แย้งอย่างรุนแรงกรณี---ชาแดง “เจิ้งซานเสียวจ่ง” ราคา 139 ¥/ชั่ง (รวมทั้งชาวูหลง “เหยียนฉาโย่วกุ้ย” ราคา 138 ¥/ชั่ง)

ต๋งยวี่ฮุย (董宇辉) อินฟลูเอนเซอร์ชาวจีนกำลังไลฟ์สดขายชาแดง “เจิ้งซานเสียวจ่ง/正山小种” ราคา 139 ¥/ชั่ง

        เนื่องจากราคาขายที่ต่ำกว่าราคาตลาดอย่างมาก ทำให้ผู้คนสงสัยอย่างแรงกล้าต่อคุณภาพและแหล่งที่มาของใบชา

        คอชาผู้มากประสบการณ์บอกว่าเป็นชาปลอมที่หลอกลวงผู้บริโภค ผู้บริโภคทั่วไปกล่าวว่าเป็นราคาที่สมเหตุสมผล(คุ้มค่ามาก) ผู้ประกอบการทรงคุณวุฒิกังวลว่าจะเป็นการทำลายชื่อเสียงชาแดงเจิ้งซานเสียวจ่ง

        ความเป็นจริง ชาที่แขวนชื่อเจิ้งซานเสียวจ่งมิใช่ว่าล้วนเป็นเรื่องเดียวกัน ปัญหาหลักอยู่ตรงที่ “การรับรู้ที่คลาดเคลื่อน” 

▲เบื้องหลังของการโต้แย้ง คือ “3 คน 3 มุม” กับอีกหนึ่ง “การรับรู้ที่คลาดเคลื่อน/认知错位


        ▽ เจิ้งซานเสียวจ่งแยกแยะออกเป็น 3 ระดับชั้น :


          1) เกรดชั้นเยี่ยม : เจิ้งซานถงมู่กวนของแทร่ 

            - แหล่งพื้นที่ผลิตอยู่ในแถบใจกลางที่ตั้งอยู่ในพิกัดทางภูมิศาสตร์ที่แน่นอน

            - ความสูงเหนือระดับน้ำทะเล 1000+ ม.

            - การเด็ดเก็บใบชาสดด้วยมือ

            - รมควันไม้สนแดงจีนที่ 60°C นาน 10 ชม.

            - ผลผลิตรวมต่อปีมีเพียง 3 แสนชั่ง [1 ชั่ง(จีน) = 500 กรัม]

            - ราคาตลาด : 500 ¥/ชั่ง ขึ้นไป 

▲ระดับชั้นที่ 1 : ถงมู่กวน/桐木关 , Terroir และกรรมวิธีการผลิตที่สุดยอด


          2) เกรดโข่งเหลียง : ว่ายซานเสียวจ่ง 

            - ไม่ได้อยู่แถบใจกลางในหวู่หยีซาน

            - การเด็ดเก็บและการผลิตใบชาโดยเครื่องจักร

            - กรรมวิธีการผลิตแบบเรียบง่าย ต้นทุนต่ำ

            - ราคาตลาด : 100-300 ¥/ชั่ง 

▲ระดับชั้นที่ 2 : ว่ายซานเสียวจ่ง/外山小种 , โข่งเหลียงฉา/口粮茶 ชาสามัญที่พึ่งพอใจ


          3) เกรดโภคภัณฑ์ : กงฟูชาแดงทั่วไป 

            - แหล่งพื้นที่ผลิตอาจไม่อยู่ในหวู่หยีซาน

            - สั่งซื้อจากเถาเป่ารวมค่าส่งราคา 9.9 ¥


        ส่วนชาแดงรุ่น 139 ¥/ชั่ง เพียงประทับตรา “หวู่หยีซาน/武夷山” ไม่มีเครื่องหมายสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) นี้ก็คือเป็นโข่งเหลียงฉาว่ายซานเสียวจ่ง มิใช่เป็นชาจากแหล่งใจกลางถงมู่กวน 

▲“เจิ้งซานเสียวจ่ง/正山小种” ที่คุณดื่มเป็นชาเกรดไหน : 1. เจิ้งซานถงมู่กวนของแท้ ; 2. ว่ายซานเสียวจ่ง ; 3. กงฟูชาแดง  


        ▽ ทำไมราคาแตกต่างกันถึง 70 เท่า :


          ๑) ต้นทุนของถงมู่กวนของแทร่ 

            - ค่าจ้างการเด็ดเก็บใบชาสด 200-300 ¥/วัน เด็ดได้เพียงไม่กี่ชั่ง  

            - ต้นทุนของไม้สนแดงจีนเพิ่มขึ้นสูงมากเนื่องจากโรคและแมลงศัตรูพืช

            - อาจารย์ชาต้องเฝ้าดูการรมปิ้งชาตลอด 24 ชม.

            - ผลผลิตรวมต่อปีมีจำนวนจำกัด ; อุปสงค์ > อุปทาน


          ๒) ต้นทุนของว่ายซานเสียวจ่ง

            - การเด็ดเก็บและการผลิตได้ในปริมาณมากโดยเครื่องจักร

            - วัตถุดิบเหลือล้น กำลังการผลิตมาก

            - ต้นทุนเพียง 1/5 ของชาของแท้

            - ทำนองเดียวกับการปิ้งชาตานฉงด้วยถ่านโดยคนและการผลิตโดยเครื่องจักรที่ต้นทุนแตกต่างกัน 10 เท่า กรรมวิธีการผลิตที่แตกต่างกันจะมีต้นทุนที่แตกต่างกันมาก 

ราคาที่แตกต่างจาก 680 ถึง 9.9 เป็นเพราะต้นทุน


        ▽ ข้อเท็จจริงของการโต้แย้งครั้งนี้ :


        “ปัญหา”หนึ่งเดียวของต๋งยวี่ฮุย อาจเป็นเพราะไม่ได้นำ“โข่งเหลียงฉา”นี้มาพูดให้ทะลุปรุโปร่ง ทำให้ผู้คนบางส่วนเข้าใจผิดคิดว่าเสียเงิน 139 ¥ แล้วสามารถซื้อถงมู่กวนของแท้

        แต่จะมากล่าวหาว่าขายชาปลอม? เป็นการปลักปลำมากเกินไป?

        ก็เสมือนที่ไม่สามารถกล่าวว่า คนที่ทานบะหมี่สายสี่เป็นผู้ไม่รู้อาหารรสเลิศ ทานไข่เจียวปูเจ๊ไฝ(อาหารมิชลิน)แล้วเป็นคนโง่


        ต่างคนต่างก็สนองตอบต่อความต้องการของตนเองที่แตกต่างกัน ไม่จำเป็นต้องมาโต้เถียงว่าใครถูกใครผิด

        ความเป็นจริง ใบชาในถ้วยเล็กๆใบหนึ่ง เบื้องหลังยังมีเคล็ดลับ ต้นทุนของแหล่งผลิต กรรมวิธีการผลิต อีกจิปาถะเหล่านี้ล้วนเป็นตัวกำหนดคุณค่าสุดท้ายของมัน

        ให้เกียรติกับชาสามัญ นับถือต่อชาชั้นเยี่ยม ชาเป็นเช่นดั่งนี้ สรรพสิ่งล้วนเป็นเช่นนั้นเอง  

▲ไม้บรรทัดอันเดียว ไม่สามารถใช้วัด 2 ความต้องการที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง : ชิมลิ้มรส Terroir และการสืบสาน | แสวงหาราคาที่สมเหตุสมผลและความสะดวก


        ▽ การบริโภคด้วยสติปัญญา :


        สามารถดื่มชาแพงได้ถือเป็นความสามารถ สามารถดื่มชาถูกด้วยความเข้าใจถือเป็นความชาญฉลาด


        หลักใหญ่ใจความคือ :

        - รับรู้ความต้องการของตนเองอย่างถ่องแท้

        - เข้าใจเงินที่จ่ายไปกับสิ่งที่ซื้อมาคืออะไร

        - อย่าใช้ราคาของโข่งเหลียงฉาแล้วต้องการคุณภาพของชาชั้นเยี่ยม

        - ราคาแตกต่างกัน มิใช่ใครดีใครเลว เพียงคุณยอดเสียเงินเพื่อคุณค่าตรงจุดไหน 

        - ควรที่จะเริ่มต้นด้วยการดื่มโข่งเหลียงฉาที่ราคาจริงใจก่อน นี่มิเพียงเป็นการดื่มชา ยิ่งเป็นการฝึกฝนเรียนรู้การรับรสของคุณ จนเมื่อปลายลิ้นของคุณยิ่งมายิ่งรับความรู้สึกไว สามารถแยกแยะความแตกต่างที่เพียงน้อยนิดได้ แล้วจึงไปท้าทายผลิตภัณฑ์ชาชั้นเยี่ยมเหล่านั้น คุณก็จะค้นพบโลกใบใหม่

▲การเป็นผู้บริโภคที่ฉลาด : เสาะแสวงหา, เจาะจงชัดเจน 

▲ทางออกของธุรกิจ : ข้อมูลข่าวสารต้องโปร่งใส, ต้องทำให้ใบชาทุกใบเป็นที่น่าเชื่อถือและถูกต้อง



เอกสารอ้างอิง :

1. 139元正山小种真相揭秘http://xhslink.com/o/7DvgorW7xuE