วันศุกร์ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565

เรื่องราวของชาสุก | ตอนที่ 1 : รุ่นก่อนหน้าของชาสุก

เรื่องราวของชาสุก》---การเปลี่ยนแปลงทางกรอบความคิด เทคโนโลยีและสุนทรียภาพ

| ตอนที่ 1 : รุ่นก่อนหน้าของชาสุก


▲ตอนที่ 1 : รุ่นก่อนหน้าของชาสุก

        ชาสุกเป็นผลิตภัณฑ์แค่ในช่วงไม่กี่ปีมานี่เอง ใช่หรือไม่?

        คนโบราณไม่ดื่มชาสุก ใช่หรือไม่?

        มีคนพูดว่าชาสุกก่อเกิดขึ้นมาหลังปี 1973 จึงไม่มีประวัติศาสตร์ ใช่หรือไม่?

        ไม่ใช่! คนโบราณในความเป็นจริงดื่มชาหมักมาตลอด ซึ่งใกล้เคียงกับหลักการทำชาสุกในทุกวันนี้ ในนี้มีบางร่องรอยยังธำรงไว้สืบต่อมาอย่างต่อเนื่อง ยังสามารถพบเห็นได้ในปัจจุบัน


▲มนุษย์ได้ริเริ่มใช้ชาใบไม้ใบนี้อย่างไร?

        ลองคิดเล่นๆว่า

        มนุษย์ได้ริเริ่มใช้ชาใบไม้ใบนี้อย่างไร?


▲การใช้ชาบน 3 เส้นทาง

        1)  ลิงกินใบสดโดยตรง สามารถใช้ใบชาได้ผลในการฆ่าเชื้อรักษาสุขภาพ

        ใน《เสินหนงเปิ่นเฉ่าจิง/神农本草经》: “เสินหนงชิมพืชพรรณร้อยชนิด ได้รับพิษเข้าไปถึงเจ็ดสิบสองอย่าง เมื่อได้ชิมชาจึงสลายพิษมลายไป” 

        นักมานุษยวิทยาชาวอังกฤษ Alan Macfarlane ในหนังสือ《Green GOLD》ได้หยิบยกคำพูดหนึ่งว่า : “อังกฤษเป็นเพราะมีอุปนิสัยและนิยมในการดื่มชา เป็นการแก้ปัญหาความปลอดภัยในการบริโภคน้ำได้โดยตรง ต่อจากนั้นเศรษฐกิจก็ค่อยๆเจริญก้าวหน้า นำไปสู่การปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 1 กลายเป็นจักรวรรดิยุคแรก”


        2)  คาแฟอีนในใบชาทำให้ร่างกายเกิดการตื่นตัวและลดความง่วงได้

        ลู่อวี่/陆羽 สมัยราชวงศ์ถังผู้รวบรวมเขียน《คัมภีร์ขา/茶经》ได้บ่งชี้ถึงคุณประโยชน์ที่สำคัญของชาอยู่ที่ “เพื่อความกระปรี้กระเปร่าและไม่ง่วง จึงต้องมาดื่มชา/荡昏寐,饮之以茶。

        เนื่องจากการธำรงไว้ซึ่งการตื่นตัวและการแสวงหาจิตวิญญาณมีความสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิด ชาและกิจกรรมทางความคิดมีความเชื่อมโยงกัน ก่อเกิดเป็นชาปัญญาชนของจีน แล้วแตกออกมาเป็นวิถีชาญี่ปุ่น


        3)  ใบสดที่กินไม่ทันสามารถรวบรวมขึ้นมา นำมันไปฝังไว้ในดิน จะเกิดการหมักขึ้นโดยไม่ตั้งใจ กลายเป็นเมี่ยงชา ฤทธิ์กระตุ้นของเมี่ยงชาต่ำกว่าใบสด กินแล้วเป็นการเพิ่มเส้นใยอาหาร ปรับสมดุลของลำใส้ให้แข็งแรง

        Marie-Claire Frederic ในหนังสือ《ไม่ดิบไม่สุก》ได้กล่าวว่า : “ก่อนที่มนุษย์จะเริ่มหัดใช้ไฟ ก็ได้เรียนรู้การหมักแล้ว”


▲ชาสุกแรกสุดมาจากการพัฒนาบนเส้นทาง “การหมัก-เส้นใยอาหารเสริม”

        คุณคิดว่าแรกสุดมนุษย์ใช้ชาในภาวะการณ์แบบไหน? ไม่ว่าคำตอบจะเป็นอะไร การใช้ชาบน 3 เส้นทางนี้ แต่ละเส้นทางล้วนพัฒนาวัฒนธรรมชาออกมาอย่างเหลือหลาย 

        ชาสุกในทุกวันนี้ แรกสุดมาจากการพัฒนาบนเส้นทาง “การหมัก-เส้นใยอาหารเสริม


▲“เมี่ยงชา” ของชนเผ่าไตและชนเผ่าจิ่งพัวในเขตปกครองตนเองเต๋อหงอวิ๋นหนาน

        พื้นที่แถบทางตะวันตกเฉียงใต้จีน ไทยลาวพม่า และเขตอัสสัมอินเดียในทุกวันนี้ ตั้งแต่โบราณกาลมีการหมักชาแบบดั้งเดิม บนมือของชนเผ่าไตและชนเผ่าจิ่งพัวในเขตปกครองตนเองเต๋อหงอวิ๋นหนาน พวกเราสามารถพบเห็น “เมี่ยงชา” ที่หมักพิเศษเฉพาะ


▲ฉาหมากู่ต้าวที่ลำเลียงขนส่งชาหมักจากอวิ๋นหนานไปธิเบต

        ใบชาสามารถใช้เป็นเส้นใยอาหารเสริม ในเขตพื้นที่ปศุสัตว์ที่ขาดแคลนพืชผัก โดยเฉพาะบนที่ราบสูงที่มีหิมะจะมีผลอย่างมาก เป็นไปตามการเผยแพร่ใบชา ชนชาวธิเบตบนที่ราบสูงธิเบตก็ค่อยๆหลีกหนีไม่พ้นจาการหล่อเลี้ยงของใบชา

        จากการค้นพบทางโบราณคดี เมื่อ 1800 ปีก่อน ในเขตพื้นที่ธิเบตได้เริ่มมีการใช้ชาแล้ว ฉาหมากู่ต้าวก็เกิดขึ้นตามมา ตราบจนถึงทุกวันนี้ ในทุกปีอวิ๋นหนานต้องลำเลียงขนส่งชาหมักไปธิเบตเป็นจำนวนมาก

        มีสุภาษิตธิเบตกล่าวว่า : “ยอมขาดอาหารได้สามวัน ไม่ยอดขาดชาเพียงวันเดียว” “ขาดชาวันเดียวท้องเสีย ขาดชาสามวันไข้จับ” “ชาคือเลือด ชาคือเนื้อ ชาคือชีวิต”


▲วัฒนธรรมการดื่มชาทางตอนใต้ของจีน ฮ่องกง หนานหยาง คุ้นเคยในการดื่มชาน้ำแดง(红汤茶)

        ในวัฒนธรรมทางตอนใต้ของจีนจะคุ้นเคยกับการดื่มชาน้ำแดง(红汤茶)มาตลอด การฟื้นฟูของวัฒนธรรมชาผูเอ่อร์ คนจีนในฮ่องกง หนานหยาง(南洋/เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ส่วนที่ติดทะเล)เป็นต้นจะมีนิสัยในการชิมดื่มและมีการระลึกถึงชาน้ำแดงมิเสื่อมคลาย

        ในใจของคนฮ่องกงชาน้ำแดงที่ดีที่สุด ก็คือชาผูเอ่อร์อวิ๋นหนาน


▲ชาสุกมีประวัติศาสตร์ เพียงเราต้องใจกว้างและเก็บตกอย่างช้าๆ

        ชาสุกไม่มีประวัติศาสตร์จริงหรือ? ไม่จริง เพียงแต่ช่วงเวลานั้นยังไม่เรียกเป็นชาสุกต่างหาก พวกเราเรียกมันว่า : ชาหมัก/发酵茶

        มันไม่มีประวัติศาสตร์หรือ? นี่ก็เป็นเพียงความใจแคบของคนยุคปัจจุบัน

        คนโบราณมีรายละเอียดในการดำรงชีวิตอีกมากที่คุ้มค่าในการอ้างอิง ยังต้องการให้พวกเราเก็บตกอย่างช้าๆ


เอกสารอ้างอิง :

熟茶的故事 : 观念 , 技术与审美的变迁|第一阶段 : 熟茶的前世https://m.ipucha.com/show-167-6268.html

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น